- 12 ต.ค. 2569
เข้าใจใน 3 นาที ลูกหลานต้องรู้ วิธีเช็ก ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ที่ถูกกฎหมายสามารถตรวจสอบรายชื่อสถานประกอบการได้ที่ไหนบ้าง และควรเช็กสิ่งสำคัญว่าระบบปลอดภัยหรือไม่ ไม่ใช่ศูนย์เถื่อน มีวิธีตรวจสอบดังนี้
เข้าใจใน 3 นาที ลูกหลานต้องรู้ วิธีเช็ก ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ที่ถูกกฎหมายสามารถตรวจสอบรายชื่อสถานประกอบการได้ที่ไหนบ้าง และควรเช็กสิ่งสำคัญว่าระบบปลอดภัยหรือไม่ ไม่ใช่ศูนย์เถื่อน มีวิธีตรวจสอบดังนี้
1. จะเช็กรายชื่อ 1,203 แห่งนี้ ได้จากที่ไหน?
ปัจจุบันศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ถูกกฎหมาย (ที่ขึ้นทะเบียนกับภาครัฐ) จะต้องได้รับใบอนุญาตตาม พ.ร.บ. สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559
ช่องทางตรวจสอบหลัก: สามารถตรวจสอบรายชื่อสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ได้ผ่านเว็บไซต์ของ กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (hss.moph.go.th) หรือเว็บไซต์ระบบบริการข้อมูลสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ
ข้อสังเกต: ตัวเลขประมาณ 1,203 แห่งนี้คือกลุ่มที่ "ขึ้นทะเบียนถูกต้อง" แต่ในความเป็นจริง ภาคประชาสังคมและหน่วยงานวิจัยประเมินว่า ยังมีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุนอกระบบ (ศูนย์เถื่อน) ที่หลบเลี่ยงไม่ขออนุญาตอยู่อีกจำนวนมาก ซึ่งกำลังเป็นเป้าหมายหลักในการกวาดล้างครั้งนี้
2. เจาะลึก 3 เกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยที่แท้จริง
ตามกฎกระทรวงและประกาศของ สบส. กำหนดให้สถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง (Nursing Home / Day Care) ต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 3 ด้านหลัก ดังนี้
ก. มาตรฐานด้านสถานที่ (Premises Standard)
- โครงสร้างสถาปัตยกรรม: อาคารต้องมีความมั่นคงแข็งแรง ปลอดภัย ตั้งอยู่ในทำเลที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
- ทางลาดและพื้น: พื้นต้องเรียบเสมอกัน ไม่ลื่น หากมีความต่างระดับต้องมีทางลาดที่ได้มาตรฐานสำหรับรถเข็น (Wheelchair) ประตูทางเข้าห้องพักและห้องน้ำต้องกว้างไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร เพื่อให้วีลแชร์เข้า-ออกได้สะดวก
- ห้องน้ำผู้สูงอายุ: ต้องมีขนาดเหมาะสม มีราวจับ (Handrail) ทั้งบริเวณโถส้วมและจุดอาบน้ำ พื้นห้องน้ำต้องไม่มีธรณีประตูหรือต่างระดับเพื่อป้องกันการสะดุดล้ม
ข. มาตรฐานด้านความปลอดภัย (Safety Standard)
ระบบป้องกันอัคคีภัย: ต้องมีระบบสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้ (Fire Alarm) ถังดับเพลิงในจุดที่เข้าถึงง่าย ป้ายบอกทางหนีไฟชัดเจน และต้องมี "แผนเผชิญเหตุและซ้อมอพยพหนีไฟ" สำหรับผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
อุปกรณ์ฉุกเฉินทางการแพทย์: ต้องมีชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น ออกซิเจนสำรอง และระบบส่งต่อโรงพยาบาลพันธมิตรที่รวดเร็วเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
สิ่งแวดล้อมและสุขอนามัย: การจัดการขยะติดเชื้อ (เช่น ผ้าอ้อมสำเร็จรูป) ระบบบำบัดน้ำเสีย และการระบายอากาศภายในห้องพักต้องถูกสุขลักษณะ
ค. มาตรฐานด้านการให้บริการ (Service Standard) & อัตราส่วนบุคลากร
อัตราส่วนผู้ดูแลต่อผู้ป่วย (Staff-to-Patient Ratio)
- ต้องมีผู้ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver / Nursing Aide) ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรรับรองจาก สธ. ในสัดส่วนที่เพียงพอต่อความต้องการพื้นฐานและการดูแลใกล้ชิด
- กรณีรับผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงสูง จะต้องมีบุคลากรทางการพยาบาลควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
- ขอบเขตการรักษา: ศูนย์ดูแลทั่วไป "ไม่ใช่โรงพยาบาล" จึงทำได้แค่การดูแลฟื้นฟู ส่งเสริมสุขภาพ และประคับประคองตามประเภทใบอนุญาต หากมีการลักลอบนำผู้ป่วยจิตเวชขั้นรุนแรงมารักษา หรือให้ยาเกินขนาดโดยไม่มีแพทย์ควบคุม จะถือว่ามีความผิดฐานเปิดสถานพยาบาลเถื่อนทันที
บทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน (โทษหนักตามกฎหมายใหม่)
- เปิดบริการโดยไม่ได้รับใบอนุญาต (ศูนย์เถื่อน): มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสถานที่/ความปลอดภัย/บริการ: มีโทษปรับทางปกครองหรือดำเนินคดีตามกฎหมายสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ จนถึงขั้นสั่งปิดกิจการ
- รัฐบาลสั่งการคุมเข้มสถานดูแลผู้สูงอายุ 1,203 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมสถานที่-ความปลอดภัย-บริการ ฝ่าฝืนเจอโทษทั้งจำ–ปรับ โทษจำคุกสูงสุด 5 ปี ปรับสูงสุด 100,000 บาท
(11 ตุลาคม 2569) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่มึการร้องเรียนสถานดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงเกี่ยวกับการกักขังและทำร้ายผู้รับบริการ รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อข้อร้องเรียนดังกล่าว มอบหมายกระทรวงสาธารณสุขควบคุมกำกับและส่งเสริมมาตรฐานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ตามใบอนุญาตประกอบกิจการ ในการป้องกันการกระทำที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนด และคุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบบริการสุขภาพโดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนว่าผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงจะได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า ปัจจุบันมีสถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงที่ผ่านการขึ้นทะเบียนกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) จำนวน 1,203 แห่งทั่วประเทศ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สานต่อนโยบายของรัฐบาล สั่งการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพในสังกัด ทั้งส่วนกลางและศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพทั้ง 12 แห่ง ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ดำเนินการกำกับ ติดตาม และตรวจประเมินสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงอย่างเข้มงวดให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เน้นคุมเข้ม 3 ด้าน ได้แก่
1. มาตรฐานด้านสถานที่ ต้องมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สะอาด ปลอดภัย มีทางเข้าออกและพื้นที่ให้บริการที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น
2. มาตรฐานด้านความปลอดภัย ต้องมีระบบป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉิน อุปกรณ์ที่จำเป็น ตลอดจนมาตรการดูแลความปลอดภัยของผู้รับบริการ
3. มาตรฐานด้านการให้บริการ ต้องจัดระบบการดูแลที่เหมาะสม มีบุคลากรและผู้ให้บริการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงต้องให้บริการอยู่ภายในขอบเขตของกิจการที่ได้รับอนุญาต
โดยทั้ง 3 ด้านต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานด้านสถานที่ ความปลอดภัย และการให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง พ.ศ. 2563
พร้อมกันนี้ สั่งการให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพในสังกัด ทั้งส่วนกลางและศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงทั่วประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน โดยให้ตรวจทั้งสถานประกอบการทุกแห่ง เพื่อให้ผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
“รัฐบาลย้ำเตือนผู้ประกอบการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ หากมีการรับผู้ป่วยจิตเวชเข้ารักษา ซึ่งถือเป็นการประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต เข้าข่ายความผิดตาม พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ “ นางสาวพลอยทะเล กล่าว
