- 14 ต.ค. 2569
ชาวบ้านวาปีปทุมนับร้อยหลงเชื่อสแกนหน้าแลกเงิน 500 ถูกมิจฉาชีพแอบเปิดบัญชีม้ากู้เงินแอปฯ โอนหนี ทิ้งหนี้รายละ 2 หมื่น แห่แจ้งความ 31 ราย ตร.จ่อออกหมายจับ
มหาสารคาม (14 ตุลาคม 2569) - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุภัยเตือนภัยออนไลน์ครั้งใหญ่ในพื้นที่อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม หลังมีชาวบ้านมากกว่า 100 ราย ตกเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงสแกนใบหน้าแลกเงิน โดยใช้กลอุบายอ้างว่าจะแจกเงินสวัสดิการภาครัฐ เป็นค่าแก๊สหุงต้ม จำนวน 500 บาท หรืออ้างว่าเป็นการสมัครสมาชิกใหม่ของร้านค้าแลกเงินสด 700 บาท โดยอาศัยความคุ้นเคยและการชักชวนกันเองระหว่างญาติพี่น้องและคนในหมู่บ้านเพื่อความน่าเชื่อถือ ทว่าหลังจากสแกนใบหน้าและขอบัตรประชาชนไปแล้ว มิจฉาชีพกลับนำข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปลักลอบเปิดบัญชีธนาคารทางออนไลน์ (บัญชีม้า) และยื่นกู้เงินผ่านแอปพลิเคชันกู้เงินออนไลน์ เมื่อเงินกู้ถูกโอนเข้ามา มิจฉาชีพจะทำการโอนเงินทั้งหมดออกไปยังบัญชีอื่นแล้วปิดบัญชีหนีทันที ทิ้งภาระหนี้สินกู้ยืมรายละไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท ไว้ให้ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์แบกรับ โดยล่าสุดมีชาวบ้านที่ทราบเรื่องทยอยเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วาปีปทุม แล้วจำนวน 31 ราย
จากการสอบถาม นางสาวมะลิวรรณ อายุ 41 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าด้วยความหวาดผวาว่า ตนและสามีถูกคนรู้จักในหมู่บ้านมาชักชวนให้ไปสแกนใบหน้าสมัครสมาชิกร้านค้าแลกเงิน 700 บาท ซึ่งตนและสามีได้เงินมาจริงรวม 1,400 บาท แต่ต่อมาพบเห็นการแจ้งเตือนภัยในโซเชียลมีเดีย จึงรีบไปแจ้งตำรวจและเข้าตรวจสอบกับทางธนาคาร จนกระทั่งต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่า สามีถูกนำข้อมูลไปเปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขามหาสารคาม มีเงินโอนเข้า 23,500 บาท ส่วนตนเองถูกเปิดบัญชีธนาคารเดียวกันที่สาขาในกรุงเทพฯ มีเงินเข้า 24,000 บาท โดยเงินทั้งหมดถูกโอนออกและปิดบัญชีไปแล้ว ยืนยันว่าไม่เคยไปเปิดบัญชีหรือกู้เงินที่ไหน ตอนนี้กังวลใจเป็นอย่างมาก กลัวว่าจะต้องตกเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงหรือกลายเป็นบัญชีม้าและต้องติดคุก ทั้งหมดเกิดจากความเดือดร้อนที่อยากได้เงินมาใช้จ่ายในครอบครัว ขณะที่หญิงชาวบ้านซึ่งทำหน้าที่นายหน้าชักชวนเปิดเผยว่า ตนก็ถูกชักชวนมาอีกทีโดยได้ค่าหัวคนละ 300 บาท และไปชักชวนญาติๆ มาทำ เพราะคิดว่าได้เงินจริง จนกระทั่งทราบข่าวว่าทุกคนตกเป็นหนี้ ส่วนหัวหน้าแก๊งมิจฉาชีพที่สั่งการได้หลบหนีไปแล้ว
ด้าน นางสุนันทา อ้วนชะเล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 20 บ้านโพธิ์ ตำบลหนองแสง อำเภอวาปีปทุม เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวชาวบ้านแอบไปทำกันเองโดยไม่ได้มาปรึกษาผู้นำชุมชน แม้ก่อนหน้านี้ผู้ใหญ่บ้านจะมีการประกาศเตือนภัยผ่านเสียงตามสายตามสั่งการของอำเภอมาโดยตลอด แต่ชาวบ้านบางส่วนต้องการเงินไปใช้จ่ายจึงหลงเชื่อ ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ได้ลงพื้นที่ร่วมกับ สภ.วาปีปทุม และผูนำท้องที่ นำป้ายเตือนภัยกลโกงไปติดประทับตามร้านค้าและชุมชน พร้อมสั่งการให้กระจายข่าวประชาสัมพันธ์เตือนภัยอย่างเข้มข้น ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วาปีปทุม ได้ให้ข้อมูลแนะนำผู้เสียหายทุกคน ให้รีบนำบัตรประชาชนไปติดต่อธนาคารกสิกรไทย เพื่อขอสำเนาหน้าบัญชี รายการเดินบัญชี (Statement) และเอกสารการเปิด-ปิดบัญชีดังกล่าว นำมาใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการแจ้งความดำเนินคดีกับแก๊งมิจฉาชีพ ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมอนุมัติออกหมายจับผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป
