แม่น้ำปราจีนฯ วิกฤตหนัก! น้ำเสียทำปลาตายยกแพ จี้ปิด 2 โรงงาน

วิกฤตแม่น้ำปราจีนฯ น้ำเสียดำคล้ำทำสัตว์น้ำและปลาเลี้ยงน็อกตายยกแพ เสียหายหลายล้าน "หมอต้อม" ชี้พบสารพิษ รักษาราชการผู้ว่าฯ สั่งฟันจ่อชงปิด 2 โรงงานมลพิษ

ปราจีนบุรี (13 ตุลาคม 2569) - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.35 น. ที่ผ่านมา ได้เกิดวิกฤตมลพิษทางน้ำครั้งร้ายแรงตลอดลำน้ำปราจีนบุรี ครอบคลุมพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี, อำเภอศรีมหาโพธิ์, อำเภอเมืองปราจีนบุรี ยาวไปจนถึงอำเภอบ้านสร้าง หลังมวลน้ำเน่าเสียสีดำคล้ำส่งกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ ส่งผลกระทบให้สัตว์น้ำในธรรมชาติและปลาเลี้ยงกระชังเกิดอาการน็อกน้ำตายเป็นจำนวนมาก สร้างความเสียหายแก่เกษตรกรหลายรายรวมมูลค่านับล้านบาท จากการลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์และตรวจวัดคุณภาพน้ำ พบว่าค่าออกซิเจนละลายในน้ำ (DO) ลดต่ำลงกว่า 2 mg/L ซึ่งถือเป็นระดับอันตรายขั้นวิกฤตต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำทุกชนิด

 

ด้าน ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร (หมอต้อม) เลขานุการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และผู้ได้รับรางวัลคนดีศรีปราจีนบุรี ประจำปี 2569 ได้โพสต์วิดีโอคลิปผ่านเพจเฟซบุ๊ก Supaporn Pitiporn เผยภาพปลาหายากทั้งน้ำลึกและน้ำตื้นทยอยตายเป็นจำนวนมาก พร้อมเปิดเผยหลังลงพื้นที่ริมแม่น้ำปราจีนบุรีว่า มวลน้ำเสียได้ทอดตัวยาวมาจากพื้นที่ตอนบน สิ่งที่น่าตกใจคือปลาในธรรมชาติที่ปกติอาศัยอยู่ในน้ำลึก เช่น ปลาลิ้นหมา ปลาเสือ และปลาปักเป้า ต่างพยายามกระเสือกกระสนขึ้นมาเกยริมตลิ่งเพื่อหาอากาศหายใจ ก่อนจะทยอยตายลง โดยมีคราบน้ำมันลอยเป็นสายซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดทางชีวภาพ (Bio-indicator) ที่ฟ้องอย่างชัดเจนว่าในน้ำไม่ได้มีแค่ภาวะขาดออกซิเจนตามธรรมชาติ แต่มีสารพิษเคมีเจือปน ขณะที่ภาคศาสนา พระอาจารย์ไพรินทร์ เจ้าอาวาสวัดประทุมบูชา อำเภอศรีมหาโพธิ์ ได้เร่งนำคณะสงฆ์ติดตั้งระบบปั๊มอากาศพ่นน้ำและเครื่องตีน้ำรวม 4 จุด บริเวณแพหน้าวัด ซึ่งเป็นเขตอภัยทาน เพื่อช่วยเพิ่มออกซิเจนยื้อชีวิตฝูงสัตว์น้ำที่แห่กันเข้ามาแออัด

 

แม่น้ำปราจีนฯ วิกฤตหนัก! น้ำเสียทำปลาตายยกแพ จี้ปิด 2 โรงงาน

แม่น้ำปราจีนฯ วิกฤตหนัก! น้ำเสียทำปลาตายยกแพ จี้ปิด 2 โรงงาน

ขณะเดียวกัน นายบุญสม อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ตำบลท่าตูม อำเภอศรีมหาโพธิ์ ระบุว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาทับทิมกระชังหลายสิบรายต้องประสบปัญหาปลาช็อกน้ำเสียตายยกบ่อ เสียหายรายละไม่ต่ำกว่า 700,000 บาท เช่นเดียวกับเพจเฟซบุ๊กของ นายบอย เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาทับทิมในพื้นที่ ตำบลบางพลวง อำเภอบ้านสร้าง ที่เปิดเผยว่า ฟาร์มปลาทับทิม 17 กระชัง ซึ่งเลี้ยงมานานกว่า 20 ปี ถูกมวลน้ำเสียพัดเข้าเล่นงานจนปลาไซส์ใหญ่พร้อมจับขายน้ำหนักรวมกว่า 10 ตัน ตายเกลี้ยง 100% คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 700,000 บาท เมื่อรวมกับวิกฤตน้ำท่วมก่อนหน้าทำให้ขาดทุนสะสมพุ่งสูงเกิน 1,000,000 บาท โดยเกษตรกรสะท้อนว่าภาครัฐขาดระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า ทำให้เร่งจับปลาขายไม่ทัน ต้องนำใส่รถเร่ไปเร่ขายขาดทุนเพียงกิโลกรัมละ 20–25 บาท จากราคาปกติกิโลกรัมละประมาณ 100 บาท

 

ล่าสุด ณ ศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ประมงจังหวัด, อุตสาหกรรมจังหวัด, นายอำนาจ วิลาวัลย์ สส.ปราจีนบุรี เขต 1, นายชยุติ ภุมมะกาญจนะ สส.ปราจีนบุรี เขต 2, ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี และแกนนำภาคประชาสังคม เข้าร่วมประชุมด่วนเพื่อแก้ปัญหามลพิษ โดยที่ประชุมมีมติเห็นพ้องว่าโรงงานอุตสาหกรรม 2 แห่งในพื้นที่ (โรงงานทุนจีน และ W2) มีการกระทำผิดซ้ำซากและไม่ให้ความร่วมมือกับทางราชการ จังหวัดจึงเตรียมเสนอมติไปยังอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อสั่งปิดกิจการ พร้อมสั่งการให้กรมประมงนำซากปลาไปตรวจพิสูจน์หาสารปนเปื้อนเชิงลึก และเร่งวางมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน ซึ่งสร้างความพอใจแก่แกนนำกลุ่มปราจีนบุรีเข้มแข็งเป็นอย่างมาก

 

แม่น้ำปราจีนฯ วิกฤตหนัก! น้ำเสียทำปลาตายยกแพ จี้ปิด 2 โรงงาน

แม่น้ำปราจีนฯ วิกฤตหนัก! น้ำเสียทำปลาตายยกแพ จี้ปิด 2 โรงงาน

แม่น้ำปราจีนฯ วิกฤตหนัก! น้ำเสียทำปลาตายยกแพ จี้ปิด 2 โรงงาน

แม่น้ำปราจีนฯ วิกฤตหนัก! น้ำเสียทำปลาตายยกแพ จี้ปิด 2 โรงงาน

แม่น้ำปราจีนฯ วิกฤตหนัก! น้ำเสียทำปลาตายยกแพ จี้ปิด 2 โรงงาน