- 16 ต.ค. 2569
ด่วน! ตร.พัทยาคุมตัวกลุ่มวัยรุ่น 9 คน รุมทำร้ายเด็กหญิงวัย 14 ปี เจ็บสาหัส ปมขัดแย้งเรื่องรูปหน้าสดในกลุ่มเพื่อน เร่งสอบสวนตามกฎหมาย
เกิดเหตุระทึกใจกลางเมืองพัทยา เมื่อเวลา 04.19 น. วันที่ 16 ตุลาคม 2569 พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ อินผดุง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุ ทะเลาะวิวาท และ ทำร้ายร่างกาย ภายในศูนย์เยาวชนสนามกีฬา ซอย 7 ม.12 ถนนเทพประสิทธิ์ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่สายตรวจเร่งเข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที
ในที่เกิดเหตุพบกลุ่ม วัยรุ่น ชายและหญิงกว่า 10 คน ยืนอยู่บริเวณดังกล่าว โดยมี เด็กหญิง อายุ 14 ปี ทราบชื่อคือ ด.ญ.ฟาดีละห์ อับดุลเลาะห์ ได้รับบาดเจ็บ ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยาได้เข้า ปฐมพยาบาล เบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลปัทมาคุณเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บอย่างเร่งด่วน ขณะที่กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุจำนวน 9 คน ถูกควบคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองพัทยา
จากการสอบถาม น.ส.สุรินนา เงาะหวาน อายุ 36 ปี มารดาของเด็กหญิงผู้บาดเจ็บ ทราบว่าสาเหตุเริ่มต้นมาจากความไม่พอใจเรื่องการนำรูปหน้าสดของ น.ส.สายธาร หรือไผ่ จำรัส อายุ 19 ปี ไปพูดถึงในกลุ่มเพื่อน จนลุกลามกลายเป็น ความขัดแย้ง ตามมา
ก่อนเกิดเหตุ มีบุคคลในกลุ่มเพื่อนชักชวนลูกสาวให้ออกไปนั่งเล่นบริเวณชายทะเล แต่กลับพาไปยังจุดเกิดเหตุ ก่อนจะถูกกลุ่ม วัยรุ่น รุมทำร้ายร่างกาย ซึ่งมีเหตุการณ์บางส่วนปรากฏอยู่ใน คลิปวิดีโอ ที่มีการบันทึกเอาไว้ มารดาของผู้บาดเจ็บจึงฝากเตือนไปยังผู้ปกครองของกลุ่มผู้ก่อเหตุ ให้ช่วยดูแลและอบรมบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้รวมกลุ่มใช้ ความรุนแรง หรือทำร้ายผู้อื่น เพราะอาจส่งผลกระทบต่อ อนาคตของเยาวชน และสร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัว
ทางด้าน พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ อินผดุง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้ทำการควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 9 คน เพื่อดำเนินการ สอบสวน ตามขั้นตอน พร้อมประสานผู้ปกครองเข้ารับทราบเรื่อง และดำเนินการตามกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน โดยจะมีการสอบสวนต่อหน้าสหวิชาชีพตามขั้นตอนทางกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังได้ฝากประชาสัมพันธ์ถึงผู้ปกครองว่า ในช่วงปิดภาคเรียนควรดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด กำหนดเวลาเข้าออกบ้านให้เหมาะสม และติดตามว่าบุตรหลานไปอยู่ที่ใด กับใคร เพื่อป้องกันการรวมกลุ่ม ทะเลาะวิวาท หรือก่อเหตุรุนแรง
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยผู้ถูกกล่าวหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
