แม่ร้องขอความเป็นธรรมลูกสาวถูกกระบะชนดับ ปีกว่าไร้เยียวยา

แม่วัย 55 ปี ชาว อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ร้องขอความเป็นธรรม หลังสูญเสียลูกสาววัย 35 ปี ซึ่งเป็นทั้งพยาบาลวิชาชีพและนักแสดงสมทบ

(17 ต.ค.69) นางสมคิด สินนอก อายุ 55 ปี ชาวอำเภอละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ หลังจาก น.ส.นิรวรรณ หรือบุ๋ม อายุ 35 ปี ลูกสาวซึ่งเป็นพยาบาลวิชาชีพและนักแสดงสมทบได้ประสบอุบัติเหตุขณะขับขี่รถจักรยานยนต์กลับจากทำงานเพื่อจะกลับที่พัก ถูกรถกระบะชน เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 ได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลนานกว่า 1 สัปดาห์ ก่อนจะเสียชีวิตในวันที่ 15 สิงหาคม 2568 จนถึงขณะนี้เวลาผ่านมากว่าหนึ่งปีแล้ว ครอบครัวยังไม่ได้รับเงินชดใช้เยียวยาจากคู่กรณีเลย มีเพียงนำผักมาร่วมทำบุญ พร้อมใส่ซองช่วยงาน 300 บาท ขณะที่ครอบครัวต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจัดงานศพลูกสาวกว่า 4 แสนบาท และยังต้องจัดการหนี้สินของลูกสาวอีก  จึงได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรม

นางสมคิดผู้เป็นมารดาเล่าว่าลูกสาวเป็นพยาบาลวิชาชีพ และทำงานเป็นนักแสดงสมทบ ทั้งหนังและละครมาตั้งแต่ปี 2560 หลังสอบติดพยาบาล นอกจากนี้ยังเป็นตัวแทนขายประกันชีวิต และดำรงตำแหน่งผู้บริหารหน่วย ลูกสาวเป็นคนขยันทำงานมาก ที่ผ่านมาตนกับลูกสาวจะโทรศัพท์พูดคุยกันเป็นประจำ โดยช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 ซึ่งมีเหตุการณ์ยิงปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ลูกสาวก็โทรศัพท์มาบอกให้แม่ย้ายไปอยู่บ้านที่ จ.ปทุมธานี เพราะเป็นห่วงแม่ แต่แม่ก็ไม่ได้ไปเพราะไปอยากเดินทางไกล จึงไปอยู่ที่ศูนย์อพยพแทน 

กระทั่งวันที่ 8 สิงหาคม 2568 ตนได้พูดคุยกับลูกสาวเรื่องการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ของบริษัทประกันชีวิต โดยลูกสาวบอกว่า กำลังเข้าเวรอยู่ที่โรงพยาบาล และจะกลับมาช่วยติดตั้งแอปฯ ให้ในช่วงเย็น แต่หลังจากนั้นกลับไม่สามารถติดต่อลูกได้

จนเวลาประมาณ 20.00 น. มีโทรศัพท์จากโรงพยาบาลแจ้งว่าลูกสาวประสบอุบัติเหตุรถชน ได้รับบาดเจ็บสาหัสและต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วน ตนจึงอนุญาตให้แพทย์รักษาอย่างเต็มที่ โดยลูกสาวนอนรักษาตัวอยู่ 6 วัน ก่อนจะเสียชีวิตในวันที่ 15 สิงหาคม 2568 สร้างความเสียใจให้กับครอบครัวอย่างที่สุด

หลังจากนั้นครอบครัวได้นำร่างกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด บ้านหนองตาเยา ต.หนองแวง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 16-22 สิงหาคม 2568 มีค่าใช้จ่ายในการจัดงานและดำเนินการต่าง ๆ กว่า 400,000 บาท

แม่ร้องขอความเป็นธรรมลูกสาวถูกกระบะชนดับ ปีกว่าไร้เยียวยา

นางสมคิด เล่าต่อว่า ในช่วงงานศพ คู่กรณีได้เดินทางมาเคารพศพ พร้อมนำผักมาร่วมทำบุญและใส่เงินในซองให้ 300 บาท ตนได้นำเงินไปทำบุญ ส่วนผักก็นำไปถวายวัด แต่ไม่มีการพูดคุยเรื่องการชดใช้เยียวยาค่าเสียหายอย่างจริงจัง และสิ่งที่ทำให้รู้สึกตกใจคือ ในวันเผาศพลูกสาว เจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีในพื้นที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ โทรศัพท์มาแจ้งให้ไปรับรถจักรยานยนต์ของลูกสาวคืน โดยระบุว่าคดีสิ้นสุดแล้ว ตนจึงตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงถือว่าคดีสิ้นสุด ทั้งที่ยังไม่มีการเจรจาตกลงเรื่องค่าเสียหายกันเลย

จึงเกรงว่าในชั้นสอบสวนจะถูกทำให้เป็นคดีประมาทร่วม แต่เท่าที่ดูจุดเกิดเหตุและสภาพรถ ลูกสาวเป็นฝ่ายถูกรถกระบะชนด้านหลัง สอดคล้องกับรถจักรยานยนต์มีร่องรอยความเสียหายบริเวณด้านหลัง ด้านหน้าเสียหายเล็กน้อย จึงต้องการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน

ต่อมาเรื่องเข้าสู่กระบวนการศาล และมีการส่งเรื่องกลับไปให้พนักงานสอบสวนดำเนินการเพิ่มเติม ขณะนี้ครอบครัวได้เรียกร้องค่าสินไหมทดแทน รวมในคดีอาญาด้วย โดยหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมและการชดเชยความสูญเสียที่เกิดขึ้น “กว่าจะเลี้ยงลูกจนเรียนจบพยาบาล ต้องใช้ทั้งเงินและความพยายามอย่างมาก แต่สุดท้ายกลับต้องสูญเสียลูกไปอย่างไม่มีวันกลับ หลังจัดงานศพ แม่ยังต้องรับผิดชอบหนี้สินของลูกทั้งหมด รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทางกฎหมายอีก

แม่ร้องขอความเป็นธรรมลูกสาวถูกกระบะชนดับ ปีกว่าไร้เยียวยา

แม่ผู้เสียชีวิตยังกล่าวว่า ทุกครั้งที่มีการพูดคุยเรื่องค่าเสียหาย คู่กรณีมักจะบอกว่าไม่มีเงินชดใช้ แต่ตนอยากให้เห็นใจครอบครัวผู้สูญเสีย และร่วมกันหาทางออกอย่างเป็นธรรม เพราะคู่กรณีก็มีลูกเป็นพยาบาลที่ยังมีโอกาสได้ดูแลพ่อแม่ แต่ตนต้องสูญเสียลูกสาวอันเป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ