ติดแบล็กลิสต์ 10 ปีไม่เข็ด! หนุ่มอินเดียลอบเข้าไทยปล่อยเงินกู้

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองอุดรธานี สนธิกำลังตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี จับกุมชายชาวอินเดีย อายุ 34 ปี หลังถูกกล่าวหาว่าข่มขู่เจ้าของร้านส้มตำให้บอกที่อยู่ลูกหนี้

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 พ.ต.ท.โสรัจ วิชยสุทธิ์ สารวัตรใหญ่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดอุดรธานี สั่งการให้ พ.ต.ท.อดิศักดิ์ ปาโส สว.ตม.จ.อุดรธานี นำกำลังร่วมกับตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เข้าจับกุม MR. RAJ KUMAR อายุ 34 ปี สัญชาติอินเดีย หลังมีพฤติกรรมข่มขู่ผู้อื่นเพื่อทวงถามที่อยู่ของลูกหนี้ เหตุเกิดบริเวณบ้านดงหนองโพธิ์ ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา

ติดแบล็กลิสต์ 10 ปีไม่เข็ด! หนุ่มอินเดียลอบเข้าไทยปล่อยเงินกู้

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ชายชาวอินเดียรายนี้ปล่อยเงินกู้จำนวน 10,000 บาท ให้กับเจ้าของร้านกาแฟ โดยกำหนดให้ชำระเงินคืนเป็นรายวัน แต่เมื่อเดินทางไปติดตามทวงเงินกลับไม่พบตัวลูกหนี้ จึงเกิดความไม่พอใจและไปข่มขู่เจ้าของร้านส้มตำที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อให้บอกที่อยู่ของลูกหนี้ พร้อมขู่ว่าจะทำร้ายร่างกาย ทั้งที่เจ้าของร้านส้มตำไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกู้ยืมเงินดังกล่าว

พ.ต.ท.อดิศักดิ์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบประวัติการเดินทางเข้าออกประเทศไทย พบว่า MR. RAJ KUMAR เคยเดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2565 ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว ก่อนถูกตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จับกุมในข้อหาอยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) และส่งกลับประเทศอินเดียเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2568 พร้อมขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้าม (Blacklist) ห้ามเดินทางเข้าประเทศไทยเป็นเวลา 10 ปี

ติดแบล็กลิสต์ 10 ปีไม่เข็ด! หนุ่มอินเดียลอบเข้าไทยปล่อยเงินกู้

อย่างไรก็ตาม ชายชาวอินเดียรายนี้กลับลักลอบเดินทางเข้าประเทศไทยอีกครั้งผ่านช่องทางธรรมชาติ ก่อนเดินทางมายังจังหวัดอุดรธานีและประกอบธุรกิจปล่อยเงินกู้ จนกระทั่งเกิดเหตุข่มขู่เจ้าของร้านส้มตำที่อยู่ใกล้กับร้านของลูกหนี้ดังกล่าว

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า แม้จะถูกขึ้นบัญชีห้ามเข้าประเทศไทยแล้ว แต่ตัดสินใจลักลอบเข้ามาอีกครั้งเพื่อปล่อยเงินกู้ โดยอ้างว่าเป็นธุรกิจที่มีรายได้ดี

ติดแบล็กลิสต์ 10 ปีไม่เข็ด! หนุ่มอินเดียลอบเข้าไทยปล่อยเงินกู้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบธุรกิจสินเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลัง และเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันออกนอกราชอาณาจักรต่อไป