เฮลั่น! ข้าวเปลือกพุ่งแตะ 9,000 บาท ชาวนาหวังทะยานถึง 10,000 บาท

ชาวนาในพื้นที่บ้านทุ่งตะโก ต.บ้านเก่า อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ยิ้มออก หลังราคาข้าวเปลือกพุ่งแตะตันละ 9,000 บาท

ที่จังหวัดอุทัยธานี ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปีปีนี้ แม้เกษตรกรในหลายพื้นที่ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมจนผลผลิตได้รับความเสียหายอย่างหนัก ส่งผลให้ชาวนาจำนวนหนึ่งต้องแบกรับภาระขาดทุนและหนี้สิน แต่สำหรับเกษตรกรที่สามารถรักษาผลผลิตไว้ได้ กลับมีความหวังอีกครั้ง หลังราคาข้าวเปลือกปรับตัวสูงขึ้น

โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านทุ่งตะโก หมู่ 2 ต.บ้านเก่า อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ซึ่งขณะนี้ท้องทุ่งนาเต็มไปด้วยรวงข้าวสีทองสุกงอม ชาวนาต่างเร่งนำรถเกี่ยวข้าวลงพื้นที่เก็บเกี่ยวผลผลิต เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับโรงสีและท่าข้าว โดยราคาข้าวในรอบนี้พุ่งสูงถึงตันละ 9,000 บาท ขึ้นอยู่กับระดับความชื้นของข้าว นับเป็นราคาที่เกษตรกรพอใจเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้าที่ราคาข้าวเคยอยู่ที่ประมาณตันละ 6,000–7,000 บาท

นายศักดา เทศนา เกษตรกรชาวนา อายุ 57 ปี ในพื้นที่ดังกล่าว เปิดเผยว่า ฤดูกาลนี้ตนปลูกข้าวพันธุ์ กข 85 จำนวน 11 ไร่ โดยถือว่ามีข้อได้เปรียบด้านต้นทุน เนื่องจากมีสระกักเก็บน้ำเป็นของตนเอง ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสูบน้ำมากนัก อีกทั้งพื้นที่นาของตนยังรอดพ้นจากน้ำท่วม ส่งผลให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตามปกติ

เฮลั่น! ข้าวเปลือกพุ่งแตะ 9,000 บาท ชาวนาหวังทะยานถึง 10,000 บาท

สำหรับต้นทุนการผลิตอยู่ที่ประมาณไร่ละ 4,700 บาท และมีค่าจ้างรถเกี่ยวข้าวอีกไร่ละกว่า 550 บาท รวมต้นทุนมากกว่า 5,200 บาทต่อไร่ การขายข้าวได้ในราคาตันละ 9,000 บาท จึงถือว่าเป็นราคาที่น่าพอใจ ช่วยให้พอมีรายได้เหลือจากการลงทุนและสามารถประคองอาชีพทำนาต่อไปได้

อย่างไรก็ตาม นายศักดาระบุว่า หากเป็นไปตามกลไกตลาดและได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ อยากเห็นราคาข้าวปรับขึ้นไปถึงตันละ 10,000 บาทหรือสูงกว่านั้น เพื่อให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้นและคุ้มค่ากับต้นทุนการผลิตที่ต้องแบกรับ โดยระหว่างที่กำลังจ้างรถเกี่ยวข้าวและลำเลียงผลผลิตไปจำหน่าย มีญาติมิตรและเพื่อนบ้านเข้ามาให้กำลังใจ พร้อมร่วมแสดงความยินดีที่ปีนี้ขายข้าวได้ราคาดี

ด้านนางดาหวัน ดิษเจริญ เกษตรกรหญิง อายุ 55 ปี ซึ่งทำนาบนที่ดินของตนเองจำนวน 3 ไร่ เปิดเผยว่า รู้สึกพอใจอย่างมากกับราคาข้าวตันละ 9,000 บาท เพราะทำให้มีโอกาสเหลือกำไรจากการทำนา โดยฤดูกาลนี้ถือว่าโชคดีที่พื้นที่นาไม่ถูกน้ำท่วม และไม่มีโรคพืชเข้ามารบกวน ทำให้ผลผลิตออกมาสมบูรณ์และคุ้มค่ากับแรงกายที่ลงทุนไป

บรรยากาศการเก็บเกี่ยวในพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีญาติมิตรและเพื่อนบ้านมาร่วมแสดงความยินดี ขณะที่นางดาหวันได้จ้างรถเกี่ยวข้าวและลำเลียงผลผลิตขึ้นรถบรรทุก เพื่อนำไปจำหน่ายยังท่าข้าว

อย่างไรก็ตาม นางดาหวันเปิดเผยว่า แม้ราคาข้าวในฤดูกาลนี้จะอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยแล้ง จึงตัดสินใจว่าจะไม่ทำนาปรังในฤดูกาลถัดไป เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและผลผลิตในอนาคต

ทั้งนี้ ราคาข้าวที่ปรับตัวสูงขึ้นช่วยสร้างความหวังให้กับชาวนาที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้สำเร็จ ท่ามกลางความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่ออาชีพเกษตรกรรม

เฮลั่น! ข้าวเปลือกพุ่งแตะ 9,000 บาท ชาวนาหวังทะยานถึง 10,000 บาท