- 18 ต.ค. 2569
ครู-ผู้ปกครองหลายโรงเรียน ลุยยื่นตรวจสอบเอาผิด ดร.ป. และ คุณ ต. กรณีนักเรียน 62 คน ถูกหลอกซื้อคอร์สบินไปจีนทิพย์ สูญเงินนับล้าน
จากกรณีนักเรียนจำนวน 62 คน จากหลายโรงเรียน ถูกหลอกขายคอร์สเรียนระยะสั้นและทัศนศึกษาที่ประเทศจีน ก่อนถูกลอยแพกลางสนามบินสุวรรณภูมิ กลายเป็นคอร์สเรียนจีนทิพย์ เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุด18 ต.ค.69ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กลุ่มตัวแทนครูและผู้ปกครองจากหลายโรงเรียนเดินทางเข้าพบ พงส.บก.ป. ยื่นหลักฐานแจ้งความเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
กรณีดังกล่าวเริ่มจากกลุ่มผู้ก่อเหตุได้สร้างความน่าเชื่อถือด้วยการใช้โปรไฟล์หรู อ้างตัวเป็นข้าราชการระดับ "ดร." สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และเชื่อมโยงกับโครงการพัฒนานวัตกรรมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือสำหรับเยาวชนไทยในระดับสากล (LORD OBEC) ทำให้โรงเรียน ครู และผู้ปกครองหลงเชื่อ สนับสนุนให้เด็กๆ เข้าร่วมโครงการในราคาคนละ 39,900 บาท (มีนักเรียนได้รับผลกระทบรวมกว่า 62 คน จากหลายโรงเรียน เช่น โรงเรียนดัดดรุณี, โรงเรียนวัดนายโรง, โรงเรียนสายปัญญา และโรงเรียนเบญจมฯ)
มีการเปลี่ยนกำหนดการจากเมืองซีอานเป็นกรุงปักกิ่ง และมีการนัดหมายรวมตัวกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ วันเดินทาง 15 ต.ค. เมื่อคณะครู นักเรียน และผู้ปกครองเดินทางมาถึงสนามบิน กลับพบว่า ไม่มีตั๋วเครื่องบินและไม่มีชื่อในระบบการบิน
จนถูกลอยแพ ผู้จัดโครงการไม่ยอมมาปรากฏตัวที่สนามบิน ไม่สามารถติดต่อได้ ปล่อยให้ผู้ปกครองและเด็กต้องเผชิญชะตากรรม เบื้องต้นแจ้งความไว้ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ส่วนหน้า)
"ครูตู่"ตัวแทนครูและผู้ปกครองที่ถูกพาดพิงยืนยันความบริสุทธิ์ใจ โดยระบุว่าการเดินทางมา บก.ป. ในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำหลักฐานทั้งหมดมอบให้พนักงานสอบสวน ตรวจสอบบทบาทของบุคคลที่ถูกกล่าวหา ได้แก่ “ดร. ป.” และ “คุณ ต.” พร้อมยืนยันว่าคณะครูไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือได้รับผลประโยชน์ใดๆ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่โอนผ่านบัญชีครูได้ถูกส่งต่อไปยังผู้จัดโครงการทั้งหมด และมีการรายงานผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอน
ด้าน ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการ กพฐ. ได้ออกมาชี้แจงยืนยันว่า โครงการดังกล่าว ไม่ใช่โครงการของ สพฐ. เป็นการกระทำในลักษณะส่วนบุคคล
กรณีมีบุคคลแอบอ้างเป็นบุคลากรของ สพฐ. จัดโครงการทัศนศึกษา ณ ประเทศจีน ยืนยันว่า โครงการดังกล่าวไม่ใช่โครงการจาก สพฐ. หากพบผู้เกี่ยวข้องกระทำผิด จะดำเนินการตามกระบวนการทางวินัยและกฎหมายอย่างถึงที่สุดขอให้ผู้ปกครองตรวจสอบข้อมูลจากช่องทางทางการของ สพฐ. ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ
ทั้งนี้ สพฐ. อยู่ระหว่างเร่งตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง และยืนยันว่าจะดำเนินคดีทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดหากพบว่ามีข้าราชการในสังกัดเข้าไปเกี่ยวข้อง
ล่าสุด มีรายงานว่าทางผู้จัดโครงการเริ่มมีการทยอยโอนเงินคืนให้บางโรงเรียน (เช่น คนละ 10,000 บาท) เพื่อบรรเทาความเสียหาย แต่ทางผู้ปกครองยังคงเรียกร้องให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เนื่องจากมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึงเกือบ 2 ล้านบาท
