- 18 ต.ค. 2569
เกิดเรื่องฮือฮา หนุ่มพบ "รอยเท้าปริศนา" กลางลำธารในป่า จ.อุดรธานี สงสัยรอยเท้าไดโนเสาร์ ใช่มั้ย?? ล่าสุดเรื่องถึง กรมทรัพยากรธรณี แล้ว
กรณีเฟซบุุ๊ค Pichai Prathetsena เผยภาพปริศนาขณะเดินบริเวณลำธาร พร้อมกับถามด้วยความสงสัยว่า ใช่ รอยเท้าไดโนเสาร์ไหมครับ เจอแถวลำธารในป่า อำเภอบ้านผือ อุดรธานี ล่าสุดเรื่องถึง กรมทรัพยากรธรณี เรียบร้อยแล้ว โดยทาง กรมทรัพยากรธรณี เผยว่า กำลังตรวจสอบข้อมูลกับผู้เชี่ยวชาญในขณะนี้ ขอบคุณสำหรับการแจ้งข้อมูล สามารถติดตามความคืบหน้าได้ที่เพจกรมทรัพยากรธรณี
นอกจากนี้ กรมทรัพยากรธรณี ยังเปิดเผยข้อมูลให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ระหว่างการตรวจสอบ ขออนุญาตให้ข้อมูลเกี่ยวกับรอยตีนไดโนเสาร์ก่อน
มารู้จักเจ้าของรอยตีน : ตัวอย่างรอยทางเดินและรอยตีนไดโนเสาร์ส่วนใหญ่ที่พบทั่วไป
ไดโนเสาร์เดิน 2 ขา มีอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ คือ
1. เทอโรพอด หรือพวกกินเนื้อ รอยของเทอโรพอดมักจะมีรอยนิ้วค่อนข้างยาว แคบ และมีปลายแหลมของรอยกรงเล็บ บริเวณส้นมักจะมีลักษณะแหลมเป็นตัววี กลุ่มเทอโรพอดมีการแบ่งเป็น 2 กลุ่มย่อย คือ รอยของคาร์โนซอร์ ลักษณะใหญ่ กว้าง นิ้วมักแยกจากกันกว้างและดูแข็งแรง และรอยของซีลูโรซอร์ ลักษณะเล็ก เพรียว มักมีนิ้วที่อยู่ติดกัน
ลองยกนิ้วชี้ กลาง นาง ขึ้นมาพร้อมกัน นิ้วของพวกกินเนื้อส่วนมากจะมีลักษณะแบบนี้เลยค่ะ คล้ายกับตีนไก่
2. ออร์นิทอพอด หรือพวกกินพืช รอยตีนออร์นิทอพอดมักจะกว้างกว่าของเทอโรพอด มีส้นที่มนและค่อนข้างสั้น รอยนิ้วสั้นเพราะมีเล็บแบบกีบสัตว์ (บางครั้งพบเดือยสีขาวด้วย) ถ้าเป็นจำพวกคอยาวรอยตีนที่พบจะคล้ายรอยเท้าช้างเลยค่ะ
การศึกษารอยตีนและรอยทางเดินและรอยตีน เป็นแบบบันทึกที่แฝงข้อมูลพฤติกรรมของเจ้าของรอยที่ได้มากกว่าที่ซากดึกดำบรรพ์กระดูกจะบอกได้ ร่องรอยไดโนเสาร์ทำให้เราสามารถจำลองภาพการดำรงชีพของเจ้าของรอยได้ถูกต้องมากขึ้น เมื่อวัดขนาดรอยตีน ระยะก้าวซ้าย-ขวา (pace) มุม ระยะห่างระหว่างก้าวหน้า-หลัง เราก็จะสามารถคำนวณกายวิภาค ความสูงของสะโพก หรือแม้แต่และอัตราการเคลื่อนที่จะกำหนดความเป็นเจ้าลมกรดของไดโนเสาร์ได้
ข้อมูลจาก คู่มือผู้เล่าเรื่องธรณี "บันทึกแห่งบรรพกาล: รอยย่ำและทางเดิน" และ คู่มือผู้เล่าเรื่องธรณี “แหล่งรอยตีนไดโนเสาร์ภูแฝก” จังหวัดกาฬสินธุ์
