- 19 ต.ค. 2569
ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 7 บ้านเขาหลัก ต.น้ำผุด อ.เมืองตรัง นัดรวมตัวพัฒนาถนน แต่กลับพบกระสอบปริศนาซุกอยู่ในพงหญ้าริมทาง
เมื่อชาวบ้านหมู่ 7 บ้านเขาหลัก ต.น้ำผุด อ.เมืองตรัง นัดหมายกันลงพื้นที่พัฒนาถนนในหมู่บ้าน กลับพบกระสอบต้องสงสัยซุกซ่อนอยู่ในพงหญ้าริมทาง ก่อนแจ้งผู้ใหญ่บ้านและนายอำเภอให้ประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ จนนำไปสู่การตรวจยึดยาบ้าล็อตใหญ่จำนวนกว่า 1.34 ล้านเม็ด
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังชาวบ้านลงพื้นที่พัฒนาถนนและสังเกตพบกลิ่นฉุนผิดปกติ จึงแจ้งผู้ใหญ่บ้านและนายอำเภอ ก่อนประสานกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นพงหญ้าริมถนนภายในหมู่บ้าน ห่างจากถนนประมาณ 3 เมตร พบกระสอบจำนวน 5 กระสอบซุกซ่อนอยู่ในพงหญ้าที่ขึ้นปกคลุม เมื่อตรวจสอบพบยาเสพติดบรรจุเป็นมัดอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำไปตรวจนับที่ว่าการอำเภอเมืองตรัง
ต่อมา นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาสกร ภักดีวานิช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง และนายรัชพล ปาละกูล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 9 ร่วมแถลงข่าวผลการตรวจยึด
จากการตรวจนับพบว่า ยาเสพติดของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 1,342,000 เม็ด บรรจุเป็นมัด โดยมีสัญลักษณ์ “999” หรือตองเก้า ประทับอยู่บนหีบห่อ จากการประเมินเบื้องต้น หากจำหน่ายในราคาประมาณเม็ดละ 25 บาท จะมีมูลค่ารวมประมาณ 33,550,000 บาท
หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบแหล่งที่มาและเส้นทางการลำเลียงยาเสพติด พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลไปยังผู้ลักลอบขนส่ง ผู้รับผิดชอบยาเสพติด และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งต้นทางและปลายทาง เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดตรังเน้นย้ำนโยบายปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาด พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเบาะแสหรือบุคคลที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือตำรวจได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันป้องกันปัญหายาเสพติดและสร้างความปลอดภัยให้กับชุมชน
ขณะที่ พล.ต.ต.ภาสกร ภักดีวานิช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า จากข้อมูลการสืบสวน เจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้สั่งการเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ที่หลบหนีคดีอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน และอาจมีความเชื่อมโยงกับเหตุปาระเบิดใส่บ้านคู่ขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดตรังหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา
พล.ต.ต.ภาสกร ระบุว่า กลุ่มเครือข่ายดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งและเหตุรุนแรงหลายกรณี โดยบางส่วนเป็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างเครือข่ายยาเสพติดด้วยกันเอง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมหลักฐานและขยายผลความเชื่อมโยงของแต่ละคดี
ทั้งนี้ จังหวัดตรังได้กำชับให้นายอำเภอและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุกแห่งบูรณาการกำลังปฏิบัติงานทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงในพื้นที่ พร้อมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในจุดเสี่ยง โดยติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) เพิ่มเติม และเปิดให้บ้านเรือนที่มีความกังวลด้านความปลอดภัยสมัครใจเชื่อมต่อกล้องวงจรปิดกับศูนย์ RTCC ของตำรวจ
ส่วนคดีปาระเบิดบ้านในพื้นที่ อ.เมืองตรัง และ อ.ย่านตาขาว เจ้าหน้าที่ระบุว่าสามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุในคดีล่าสุดได้แล้ว พร้อมเดินหน้าขยายผลจากทุกคดี รวมถึงตรวจสอบเบาะแสเกี่ยวกับแหล่งซุกซ่อนวัตถุระเบิดและเส้นทางที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ โดยเตรียมเพิ่มปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณที่มีความขัดแย้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงซ้ำอีก
