- 21 ต.ค. 2569
ร้านผลไม้โคราชใจสู้! ตรึงราคาขายสับปะรด ยอมแบกต้นทุนน้ำมันดีเซลพุ่งลิตรละ 43.54 บาท ด้านสมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน จ่อถกปรับขึ้นค่าขนส่งรับปลายปี
นครราชสีมา (21 ตุลาคม 2569) - ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของบรรดาแม่ค้าพ่อค้าผู้ประกอบการร้านจำหน่ายผลไม้ในพื้นที่ตลาดสดหลายแห่งในจังหวัดนครราชสีมา หลังราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลซึ่งปัจจุบันพุ่งสูงถึงลิตรละ 43.54 บาท ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดและความขัดแย้งในพื้นที่ภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยจากการสอบถามพนักงานขาย ร้านสับปะรด ตราดสีทอง ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายและกระจายสินค้าสับปะรดรายใหญ่ในจังหวัดนครราชสีมา ที่รับซื้อสับปะรดตรงมาจากจังหวัดตราด เปิดเผยว่า แม้ราคาน้ำมันดีเซลจะปรับตัวสูงขึ้นจนส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งโดยรวมขยับสูงขึ้นตาม เนื่องจากทางร้านใช้รถยนต์ส่วนตัววิ่งขนส่งสินค้าข้ามจังหวัด แต่นโยบายหลักของร้านในขณะนี้ยังคงเลือกที่จะ "ตรึงราคาขายสับปะรดไว้เท่าเดิม" โดยยังไม่ปรับราคาขายหน้าร้านขึ้นตามราคาน้ำมัน เนื่องจากผลกำไรที่ได้รับในปัจจุบันยังพอพยุงธุรกิจอยู่ได้ และที่สำคัญทางร้านเน้นกลยุทธ์การขายออกให้เร็วที่สุดเพื่อระบายสินค้าออกจากสต็อก ไม่ให้ผลไม้ตกค้างจนเกิดความเสียหาย
ด้าน นายกิตติศักดิ์ ประเทืองชัยศรี นายกสมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน องค์กรตัวแทนของผู้ประกอบการรถบรรทุกขนส่งสินค้าในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ออกมาเปิดเผยถึงทิศทางค่าขนส่งว่า ก่อนหน้านี้สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ได้เคยมีมติปรับขึ้นค่าขนส่งสินค้าแบบขั้นบันไดเริ่มต้นร้อยละ 10 ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เพื่อรับมือกับต้นทุนน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ดีเซลพุ่งแตะ 43.54 บาทในขณะนี้ ทางสมาคมฯ ยังไม่ได้มีการปรับขึ้นค่าขนส่งเพิ่มเติมแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม คาดว่าจำเป็นต้องมีการปรับขึ้นค่าขนส่งสินค้าอีกอย่างแน่นอน เพียงแต่ปัจจุบันกำลังรอสัญญาณและมติที่ชัดเจนจากทางสหพันธ์ฯ ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมหารือเป็นการภายใน เพื่อนำปัจจัยต้นทุนน้ำมัน ตัวเลขผลกระทบ และหมวดประเภทสินค้าต่างๆ มาพิจารณาคำนวณอัตราโครงสร้างค่าขนส่งใหม่ที่เหมาะสม
นายกสมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับปัจจัยเรื่องสถานการณ์อุทกภัยหรือน้ำท่วมขังในพื้นที่ต่างๆ นั้น ปัจจุบันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการพิจารณาปรับค่าขนส่งมากนัก เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่สถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว มีเพียงการขนส่งสินค้าภาคการเกษตรในบางจุดที่อาจได้รับผลกระทบบ้างเล็กน้อย ทั้งนี้ ขอให้ทุกภาคส่วนติดตามมติอย่างเป็นทางการของที่ประชุมสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ว่าจะมีแนวทางและสัดส่วนการปรับขึ้นค่าขนส่งอย่างไร เพื่อเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตราคาน้ำมันแพง และรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าที่จะพุ่งสูงขึ้นในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้
