ผู้ค้าตลาดดัง ร้องถูกบีบต่อสัญญาเช่าตึก 2.2 ล้าน สวนทางเศรษฐกิจ

กลุ่มผู้ประกอบการตลาดดังย่านดอนเมือง ร้องกระทรวงการคลัง เร่งแก้ปัญหา พ่อค้า แม่ค้า ถูกบีบต่อสัญญาเช่าตึกแพง 2.2 ล้าน สวนทางภาวะเศรษฐกิจ

21 ต.ค.69 ที่อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง ตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการตลาดดังแห่งหนึ่งย่านดอนเมือง นำโดย นางนันท์ปภัทร์ ตัวแทนผู้ประกอบการ และผู้ประกอบการกว่า 26 ร้านค้า ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อร้องขอความเป็นธรรม ขอความเมตตาให้ช่วยเหลือไกล่เกลี่ย กรณีถูกผู้บริหารตลาด เรียกเก็บเงินต่อสัญญาเช่าช่วงอาคารพาณิชย์ในราคาสูงเกินจริง และให้ทำสัญญาล่วงหน้าก่อนกำหนดหลายปี

นางนันท์ปภัทร์ กล่าวว่า คณะผู้เช่าช่วงอาคารพาณิชย์ในพื้นที่ตลาดรวม 24 ตึก ซึ่งเดิมทำสัญญาเช่าช่วงระยะเวลา 30 ปี (สัญญาปี 2542–2543) และจะทยอยหมดสัญญาในปี 2572–2573 ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากทางบริษัทฯ ได้เรียกประชุมและยื่นเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการลงชื่อต่อสัญญาเช่าช่วงต่อไปอีก 26–27 ปี โดยเรียกเก็บเงินสูงถึง อาคารละ 2,200,000 บาท และกำหนดให้ลงนามภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา

ผู้ค้าตลาดดัง ร้องถูกบีบต่อสัญญาเช่าตึก 2.2 ล้าน สวนทางเศรษฐกิจ

กลุ่มผู้ร้องเรียนชี้แจงถึงข้อเท็จจริงและปัญหาสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

 1.การต่อสัญญาล่วงหน้าและขู่ยกเลิกสิทธิ์: บริษัทฯ ให้ผู้เช่าเดิมจ่ายเงินต่อสัญญาภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 ทั้งที่สัญญายังเหลือเวลาอีก 3–4 ปี หากเลยกำหนดเวลาดังกล่าว บริษัทฯ แจ้งว่าจะยกเลิกสิทธิ์ผู้เช่าเดิม แล้วปรับราคาค่าต่อสัญญาขึ้นเป็นมากกว่า 3,000,000 บาท หรือนำสิทธิ์ไปขายต่อให้แก่ผู้ประกอบการรายใหม่ตามความพอใจของผู้บริหาร

 2.เงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้เช่ารายอื่น: สำหรับผู้เช่าช่วงที่สัญญาจะครบกำหนดในปี 2574–2592 ทางบริษัทฯ ได้แจ้งว่าจะมีการเรียกเก็บเงินลดหย่อนตามสัดส่วนตั้งแต่ 1,000,000 ถึง 1,800,000 บาท เพื่อโอนสิทธิ์ให้ไปทำสัญญาตรงกับกรมธนารักษ์ และ

3.ราคาไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและสภาพอาคาร: ที่ผ่านมากลุ่มผู้ประกอบการได้พยายามเจรจาต่อรองกับทางบริษัทฯ แล้วถึง 3 ครั้ง แต่ไม่เป็นผล ราคาที่เรียกเก็บ 2.2 ล้านบาทนั้นสูงใกล้เคียงกับการซื้อตึกสร้างใหม่ ทั้งที่สภาพอาคารจริงมีความทรุดโทรมเก่าแก่ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจและการค้าขายในปัจจุบันที่ซบเซา ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถหาเงินจำนวนมากมาจ่ายได้ในระยะเวลาอันสั้น ทั้งที่ในอดีตผู้เช่าต้องจ่ายเงินเซ้งตึกในราคาสูงและจ่ายค่าเช่าที่ดินให้กับกรมธนารักษ์ผ่านบริษัทฯ มาโดยตลอด

“ด้วยเหตุนี้ กลุ่มผู้ประกอบการตลาดจึงได้รวมตัวกันนำเอกสารหลักฐานมายื่นต่อกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลกรมธนารักษ์ เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจเข้ามาช่วยพิจารณา ไกล่เกลี่ย และกำหนดเงื่อนไขการต่อสัญญาที่เป็นธรรม สอดคล้องกับความเป็นจริงและสภาวะเศรษฐกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการเดิมสามารถประกอบอาชีพต่อไปได้” 

 

ซึ่งก็ได้มีเจ้าหน้าที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กระทรวงการคลัง เป็นผู้รับเรื่อง โดยได้รับฟังความเดือดร้อนของพ่อค้า-แม่ค้าตลาด และจะได้นำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป