ผจก.สวนน้ำดัง เปิดเบื้องลึก "ครูตะวัน" พาเด็กกำพร้ามาเล่นน้ำ

พลิกหลายตลบ ผู้จัการสวนน้ำดังใน จ.อุดรธานี เปิดเบื้องลึก "ครูตะวัน" พาเด็กกำพร้ามาเล่นน้ำ เจออีกฝ่ายโต้กลับ

กลายเป็นประเด็นดราม่าในโลกออนไลน์ หลังครูตะวัน หรือครูหน่อง จิตอาสาผู้ดูแลเด็กกำพร้ากว่า 28 ชีวิต โพสต์ข้อความระบุว่าสวนน้ำชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี ไม่รับเด็กจากบ้านของตนเข้าใช้บริการ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ก่อนที่ทางสวนน้ำจะออกมาชี้แจงถึงเหตุผล พร้อมระบุว่าได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ขณะที่ครูตะวันยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาใส่ร้าย และพร้อมขอโทษหากข้อความที่โพสต์รุนแรงเกินไป

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดเริ่มต้นของเรื่องเกิดขึ้นเมื่อครูตะวัน ประทีปแห่งที่ราบสูง ผู้ดูแลเด็กกำพร้า ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่า “สวนน้ำแห่งหนึ่งแถวเทศบาลตำบลนาข่า ไม่รับเด็กกำพร้าบ้านบ้านพ่อครูตะวัน อ้างว่าลูกค้าเต็ม จะมาต้องแจ้งล่วงหน้า แต่ไม่มีป้ายแจ้ง แต่เด็กๆ กลุ่มอื่นก็ทยอยกันเข้าเล่นน้ำเป็นปกติไม่บอกว่าเต็ม ไม่เป็นไรลูก เดี๋ยวพ่อพาไปเล่นสวนน้ำแห่งอื่นที่ไม่รังแกเด็กกำพร้า!!”


หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ทางสวนน้ำมิลินท์ได้ออกมาชี้แจงว่า วันเกิดเหตุมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการจำนวนมากจนที่นั่งเต็ม และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ จึงแจ้งให้ครูตะวันพาเด็ก ๆ กลับมาก่อน พร้อมแนะนำให้โทรศัพท์จองล่วงหน้าเพื่อจัดเตรียมพื้นที่ให้เหมาะสม แต่ครูตะวันไม่พอใจและโพสต์ข้อความจนทำให้ทางร้านได้รับความเสียหายและเกิดความเข้าใจผิดในกลุ่มลูกค้า

 


ทางสวนน้ำยังระบุว่า ที่ผ่านมาให้การต้อนรับครูตะวันและเด็ก ๆ ด้วยดีมาโดยตลอด รวมถึงให้ส่วนลดและช่วยดูแลเด็กในบางครั้ง พร้อมขอให้ผู้ใช้บริการเข้าใจเหตุผลของทางร้าน

 

 

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่สวนน้ำมิลินท์ ตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพ ต.นาข่า อ.เมือง จ.อุดรธานี พบ น.ส.ต้า อายุ 36 ปี ผู้จัดการสวนน้ำ เปิดเผยว่า ครูตะวันพาเด็ก ๆ มาเล่นน้ำที่นี่เป็นประจำ แต่ที่ผ่านมาเคยเกิดปัญหาหลายครั้ง ซึ่งทางร้านพยายามเก็บความรู้สึกและดูแลเด็ก ๆ มาโดยตลอด

 

 

 

ผู้จัดการสวนน้ำกล่าวว่า พฤติกรรมบางอย่างที่ทางร้านเคยพบ ได้แก่ การขโมยสิ่งของของลูกค้าคนอื่น การเข้าไปในห้องน้ำหญิง และการขังกันอยู่ในห้องน้ำ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการดูแลเด็กระหว่างใช้บริการ อย่างไรก็ตาม ทางร้านยืนยันว่าไม่ได้รังเกียจเด็กกำพร้า และยังเคยสั่งอาหารให้เด็ก ๆ รับประทาน รวมถึงลดราคาอุปกรณ์เล่นน้ำให้ด้วย

 

สำหรับเหตุการณ์ล่าสุด ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา ครูตะวันพาเด็กกำพร้าประมาณ 24 คนมาใช้บริการ ทางร้านแจ้งว่าลูกค้ามีจำนวนมากและมีการจองเต็มแล้ว จึงไม่สามารถรับเด็ก ๆ เข้าเล่นน้ำได้ในวันนั้น พร้อมขอให้จองล่วงหน้าหากต้องการมาใช้บริการครั้งต่อไป โดยทางร้านเสนอว่าจะจัดพื้นที่ให้และอาสาพาเด็ก ๆ ไปส่งถึงบ้าน

 

ผู้จัดการสวนน้ำระบุว่า หลังจากครูตะวันไม่พอใจและโพสต์ข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ทางร้านจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สภ.นาข่า ในข้อหาหมิ่นประมาทและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เนื่องจากเห็นว่าทำให้ธุรกิจได้รับความเสียหาย

 

อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการยืนยันว่า หากครูตะวันพาเด็ก ๆ มาใช้บริการอีก ทางร้านก็ยังพร้อมต้อนรับเช่นเดิม โดยขอให้โทรศัพท์แจ้งล่วงหน้าเพื่อเตรียมพื้นที่ให้เหมาะสม พร้อมฝากถึงครูตะวันว่า ทางร้านชื่นชมที่ดูแลเด็กกำพร้า และเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นสามารถพูดคุยกันได้

 


ด้านครูตะวัน หรือครูหน่อง ประทีปแห่งที่ราบสูง ผู้ดูแลเด็กกำพร้ากว่า 28 ชีวิต เปิดเผยว่า ในวันหยุดที่ผ่านมา ตนได้พาเด็ก ๆ ไปเที่ยวสวนน้ำในพื้นที่ ต.นาข่า โดยมีพนักงานเข้ามาสอบถามว่าเป็นเด็กจากบ้านครูตะวันหรือไม่ ก่อนแจ้งว่าไม่รับเด็กกำพร้าจากบ้านครูตะวันในวันดังกล่าว เนื่องจากลูกค้าเต็ม และขอให้โทรศัพท์แจ้งล่วงหน้าหากจะมาใช้บริการครั้งต่อไป

 

ครูตะวันกล่าวว่า ตนรู้สึกสงสัย เพราะจากที่เห็นคิดว่าภายในสวนน้ำมีลูกค้าไม่มากนัก แต่เมื่อทางร้านแจ้งว่าไม่สามารถเข้าใช้บริการได้ จึงเตรียมพาเด็ก ๆ กลับ โดยทางร้านเสนอว่าจะชดเชยค่าเสียหายและนำรถตู้ไปส่ง แต่ตนยืนยันว่าไม่ได้เรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ

 

ครูตะวันยอมรับว่า รู้สึกน้อยใจเล็กน้อยจึงโพสต์ข้อความลงโซเชียลมีเดีย โดยตั้งใจสื่อสารกับเด็ก ๆ ว่า หากไม่ได้เข้าเล่นน้ำที่นี่ ก็จะพาไปเที่ยวสวนน้ำแห่งอื่น พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ระบุชื่อสวนน้ำลงในโพสต์ และไม่เข้าใจว่าทำไมทางร้านจึงไม่อยากให้เด็กกำพร้าเข้าไปใช้บริการ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยพาเด็ก ๆ มาเป็นประจำ และเด็กจากบ้านของตนเคยช่วยเหลือเด็กที่ประสบเหตุจมน้ำในสวนน้ำแห่งนี้ด้วย

 

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงข้อกังวลของทางร้านเกี่ยวกับพฤติกรรมเด็ก เช่น การขโมยสิ่งของหรือรบกวนลูกค้าคนอื่น ครูตะวันระบุว่า หากเด็ก ๆ ทำผิดจริง ทางร้านควรแจ้งให้ตนทราบเพื่อจะได้ตักเตือนและรับผิดชอบในฐานะผู้ดูแลเด็ก พร้อมยืนยันว่า หากมีการขโมยสิ่งของจริง ตนก็พร้อมรับผิดชอบ

 

ส่วนข้อกล่าวหาว่าปล่อยให้เด็กเล่นน้ำตามลำพังและสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาดื่มนั้น ครูตะวันชี้แจงว่า มีผู้ใหญ่คนอื่นช่วยดูแลเด็ก ๆ ขณะที่ตนต้องกลับไปดูแลเด็กที่บ้านพัก และปฏิเสธว่าไม่ได้สั่งเหล้ามาดื่ม โดยระบุว่าปกติตนดื่มเพียงเบียร์ก่อนนอน 1 กระป๋อง


ช่วงท้าย ครูตะวันกล่าวว่า ไม่ได้โกรธทางสวนน้ำ และไม่ได้มีเจตนาโพสต์เพื่อใส่ร้าย หากข้อความที่เผยแพร่ออกไปทำให้ทางร้านไม่สบายใจ ก็ขอโทษหากใช้ถ้อยคำรุนแรงเกินไป พร้อมยินดีเข้าไปขอโทษหากทางร้านต้องการ

 

ครูตะวันยังเปิดเผยว่า ปัจจุบันต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลเด็กกำพร้าจำนวน 28 คน เดือนละประมาณ 70,000 - 80,000 บาท แม้จะเป็นภาระหนัก แต่ก็พร้อมสู้ต่อเพื่อให้เด็ก ๆ มีที่อยู่อาศัยและได้รับการดูแลต่อไป

 

ทั้งนี้ เรื่องราวดังกล่าวเป็นข้อชี้แจงจากทั้งสองฝ่าย โดยประเด็นที่เกิดขึ้นยังต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

ผจก.สวนน้ำดัง เปิดเบื้องลึก "ครูตะวัน" พาเด็กกำพร้ามาเล่นน้ำ