ชาวสวนยางยิ้มแก้มปริ! น้ำยางสดพุ่ง กก.ละ 84 บาท ลุ้นแตะ 100 บาท

เกษตรกรชาวสวนยาง จ.ตรัง ดีใจหลังราคาน้ำยางสดขยับขึ้นทะลุ กก.ละ 80 บาท ล่าสุดรับซื้ออยู่ที่ กก.ละ 84 บาท แม้ลดลงจากก่อนหน้าที่เคยขึ้นไปถึง 86 บาท

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจราคารับซื้อน้ำยางสดตามจุดรับซื้อในพื้นที่ ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง พบว่า ขณะนี้ราคาน้ำยางสดปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 84 บาท แม้จะลดลง 2 บาท จากช่วงก่อนหน้าที่เคยขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 86 บาท แต่ยังถือเป็นราคาที่สร้างความพึงพอใจให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง หลังต้องเผชิญกับราคายางที่เคยอยู่เพียงกิโลกรัมละ 40–50 บาท

เกษตรกรระบุว่า ราคายางที่ปรับตัวดีขึ้นช่วยให้มีรายได้เพียงพอสำหรับซื้ออาหาร ใช้จ่ายภายในครอบครัว และส่งเสียบุตรหลานเรียนหนังสือ รวมถึงช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายอาชีพ ทั้งนี้ ชาวสวนยางยังคงมีความหวังว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และอาจขยับไปถึงกิโลกรัมละ 100 บาท

นายประทีป คงอินทร์ เกษตรกรชาวสวนยาง เปิดเผยว่า ราคาน้ำยางสดในวันนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 84 บาท โดยก่อนหน้านี้เพียง 1–2 วัน ราคาขยับขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 86 บาท ก่อนปรับลดลงมา 2 บาท แต่ก็ยังถือเป็นราคาที่ดี โดยส่วนตัวขอเพียงราคาอย่าปรับลดลงต่ำกว่ากิโลกรัมละ 80 บาทก็พอใจแล้ว

ชาวสวนยางยิ้มแก้มปริ! น้ำยางสดพุ่ง กก.ละ 84 บาท ลุ้นแตะ 100 บาท

นายประทีปกล่าวเพิ่มเติมว่า จากการติดตามข่าวสารและการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหารบริษัทส่งออกยางพารารายใหญ่แห่งหนึ่ง ทำให้มองว่าราคายางอาจมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นอีก โดยปัจจัยหนึ่งอาจมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศที่ส่งผลต่อความต้องการยางในตลาดโลก ขณะที่อินโดนีเซียมีพื้นที่ปลูกยางลดลง เนื่องจากเกษตรกรจำนวนมากหันไปปลูกปาล์มน้ำมัน เช่นเดียวกับประเทศไทยที่มีชาวสวนโค่นต้นยางเพื่อเปลี่ยนไปปลูกปาล์มน้ำมันมากขึ้น

สำหรับตนเองมีอาชีพหลักเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง แต่มีคนชักชวนให้มาทดลองกรีดยาง เนื่องจากสวนอยู่ใกล้บ้าน จึงเริ่มกรีดยางมาได้ประมาณ 2 เดือน โดยแบ่งรายได้กับเจ้าของสวนในสัดส่วน 50:50 เพื่อเป็นรายได้เสริม และเพิ่งได้เห็นราคายางสูงถึงกิโลกรัมละ 80 บาทเป็นครั้งแรก

ด้านนายสุชาติ หุ้นย่อง พ่อค้ารับซื้อน้ำยางสด เปิดเผยว่า ราคายางเริ่มปรับตัวดีขึ้น โดยก่อนหน้านี้เคยขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 86 บาท ก่อนจะปรับลดลงมา ขณะที่สภาพอากาศในภาคใต้มีฝนตกบ่อยครั้ง ทำให้เกษตรกรไม่สามารถกรีดยางได้เต็มที่

นายสุชาติมองว่า หากราคายางเป็นไปตามกลไกตลาดอย่างแท้จริง ราคาควรปรับตัวสูงขึ้นมากกว่านี้ และอาจอยู่ที่กิโลกรัมละ 100 บาท เนื่องจากพื้นที่ปลูกยางพาราลดลงอย่างมาก ส่วนหนึ่งเกิดจากต้นยางมีอายุมาก ทำให้เกษตรกรโค่นต้นยางและหันไปปลูกปาล์มน้ำมันแทน

ปัจจุบันตนรับซื้อน้ำยางสดได้ประมาณวันละ 2,200 กิโลกรัม ลดลงจากเดิมที่เคยรับซื้อได้ประมาณวันละ 6,000 กิโลกรัม สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากพื้นที่ปลูกยางที่ลดลง รวมถึงบางพื้นที่ถูกเวนคืนเพื่อใช้ประโยชน์ด้านอื่น เนื่องจากอยู่ใกล้สนามบิน ขณะที่เกษตรกรบางรายเปลี่ยนไปปลูกปาล์มน้ำมัน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2–3 ปีก็สามารถเริ่มตัดผลผลิตขายได้ ต่างจากยางพาราที่ต้องใช้เวลาประมาณ 7–8 ปีกว่าจะสามารถกรีดน้ำยางได้

ชาวสวนยางยิ้มแก้มปริ! น้ำยางสดพุ่ง กก.ละ 84 บาท ลุ้นแตะ 100 บาท

นอกจากนี้ การปลูกยางพารายังมีปัญหาเรื่องโรคพืชและต้องดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปัจจุบันแรงงานกรีดยางก็หายากขึ้น เนื่องจากคนรุ่นใหม่จำนวนมากหันไปประกอบอาชีพอื่น ทำให้ผู้ที่ยังคงกรีดยางส่วนใหญ่เป็นคนวัยสูงอายุ

นายสุชาติมองว่า เกษตรกรควรให้ความสำคัญกับการรักษาพื้นที่ปลูกยางพาราและเพิ่มผลผลิตอย่างเหมาะสม เนื่องจากปริมาณยางในพื้นที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมเชื่อมั่นว่ายางพารายังมีอนาคตที่ดี เพราะตลาดโลกยังมีความต้องการ และหากราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรกลับมาประกอบอาชีพสวนยางได้มากขึ้น