อายุสัปเหร่อวัดกัลยานฤมิต ยืนใกล้เมรุ ตอนโดนฟ้าผ่าเสียงสนั่น

อายุสัปเหร่อวัดกัลยานฤมิต ยืนใกล้เมรุ ตอนโดนฟ้าผ่าเสียงดังสนั่น ชาวบ้านเชื่ออาถรรพณ์ เจ้าอาวาสคาดสายล่อฟ้าถูกขโมย

เกิดเหตุระทึกกลางฝน เมื่อกล้องวงจรปิดภายในวัดแห่งหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช บันทึกภาพและเสียงนาทีฟ้าผ่าลงยอดปล้องเมรุอย่างรุนแรง จนหักโค่นพังเสียหายหลายส่วน โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากพิธีฌาปนกิจเพิ่งเสร็จสิ้น ขณะที่รักษาการเจ้าอาวาสคาดว่า สาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับสายล่อฟ้าที่ถูกขโมยไป

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. กล้องวงจรปิดภายในวัดกัลยานฤมิต ริมถนนสายนครศรีธรรมราช-ปากพนัง หมู่ 5 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช บันทึกภาพเหตุการณ์ขณะฝนตกหนัก มีเสียงฟ้าร้องและฟ้าแลบเป็นระยะ ก่อนเกิดเหตุฟ้าผ่าลงบริเวณยอดปล้องเมรุ เมื่อเวลา 17.03.09 น. เสียงดังสนั่นไปทั่ววัด ส่งผลให้ยอดปล้องเมรุหักโค่นลงมาอย่างน่าหวาดเสียว

 

ขณะเกิดเหตุ นายอนันต์ สมัยสงค์ อายุ 66 ปี สัปเหร่อของวัด เป็นผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเพียงคนเดียว โดยยืนหลบฝนอยู่ภายในศาลาการเปรียญ ห่างจากเมรุประมาณ 50 เมตร จึงรอดจากเหตุการณ์ครั้งนี้มาได้อย่างหวุดหวิด

 

นายอนันต์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุมีพิธีฌาปนกิจศพคุณยายห้วย พรหมจันทร์ อายุ 91 ปี หลังเสร็จสิ้นพิธี เจ้าภาพได้เดินทางกลับไปหมดแล้ว เหลือเพียงตนที่ยืนหลบฝนอยู่ภายในศาลาการเปรียญ เนื่องจากขณะนั้นฝนตกหนักและการเผาศพเสร็จเรียบร้อยแล้ว

 

ระหว่างหลบฝนมีเสียงฟ้าร้องและฟ้าแลบเป็นระยะ กระทั่งเกิดเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นขึ้นหนึ่งครั้ง ก่อนพบว่ายอดปล้องเมรุหักโค่นลงมา 2 ท่อน ทับราวบันไดสแตนเลสทางขึ้นเมรุ นอกจากนี้ กระเบื้องหลังคาและโครงสร้างยังได้รับความเสียหายอีกหลายส่วน จนไม่สามารถใช้งานเมรุได้ตามปกติ

 

อายุสัปเหร่อวัดกัลยานฤมิต ยืนใกล้เมรุ ตอนโดนฟ้าผ่าเสียงสนั่น

นายอนันต์กล่าวว่า โชคดีที่เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังเสร็จสิ้นพิธีฌาปนกิจและเจ้าภาพเดินทางกลับไปหมดแล้ว อีกทั้งตนเองก็หลบฝนอยู่ภายในศาลาการเปรียญ จึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว

 

ขณะที่ชาวบ้านในละแวกวัดต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยบางส่วนเชื่อว่าอาจเป็นอาถรรพณ์หรือลางบอกเหตุ เนื่องจากเมรุวัดกัลยานฤมิตถูกฟ้าผ่าเป็นครั้งที่ 2 ในรอบปีนี้ โดยครั้งแรกได้รับความเสียหายไม่มากนัก แต่ครั้งล่าสุดกลับสร้างความเสียหายอย่างหนักจนไม่สามารถใช้ประกอบพิธีฌาปนกิจได้ นอกจากนี้ ศาลาของวัดยังเคยเกิดเหตุไฟไหม้เสียหายทั้งหลังมาแล้วด้วย

 

ด้านพระประพันธ์ หรือหลวงโข รักษาการเจ้าอาวาสวัดกัลยานฤมิต เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุตนนอนจำวัดอยู่ภายในกุฏิ เนื่องจากฝนตกหนัก ก่อนจะได้ยินเสียงฟ้าผ่าดังสนั่น เมื่อเสียงสงบลงจึงออกไปตรวจสอบและพบว่าเมรุถูกฟ้าผ่าจนหักเสียหาย

 

พระประพันธ์กล่าวว่า แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะทำให้ชาวบ้านบางส่วนเชื่อว่าเป็นเรื่องอาถรรพณ์ แต่ส่วนตัวมองว่าอาจมีสาเหตุจากสายไฟหรือสายดินที่เชื่อมต่อจากยอดปล้องเมรุถูกขโมยไป เนื่องจากหากระบบสายล่อฟ้าไม่สมบูรณ์ ฟ้าอาจไม่ถูกนำลงดินผ่านระบบดังกล่าว ส่งผลให้เมรุได้รับความเสียหายรุนแรง อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐานที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

 

ล่าสุด นายกิตติพงศ์ รอดเดช นายอำเภอปากพนัง ได้เดินทางมาตรวจสอบความเสียหายบริเวณเมรุของวัดแล้ว เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือและเร่งดำเนินการซ่อมแซมต่อไป

 

อายุสัปเหร่อวัดกัลยานฤมิต ยืนใกล้เมรุ ตอนโดนฟ้าผ่าเสียงสนั่น