- 22 ต.ค. 2569
รู้แล้ว ชายหนุ่ม โดนอะไรเข้าไป จนทำให้ไม่มีสติ พูดจาไม่รู้เรื่อง - เบลออยู่ 2-3 วัน ก่อนสุดท้าย โดนฉกทอง - บางคนมีคลิปว่อนโซเชียล
ยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับเรื่องราวของ “น้องเฟิร์น” หลัง "เอ" อดีตคนคุย ได้มาร่วมแชร์ประสบการณ์ในรายการโหนกระแสที่โดน น้องเฟิร์น ฉกเลททองคำ พร้อม พระเลี่ยมทองไปนั้น ช่วงตอนหนึ่ง เอเล่าว่า ตนเองน่าจะถูกมอมยาบางอย่าง ทำให้ไม่มีสติ พูดจาไม่รู้เรื่อง และเบลออยู่ 2-3 วัน ขณะที่ยังมีชายหนุ่มอีกคนระบุว่า ตนเองก็เคยมีลักษณะเช่นเดียวกัน
เกี่ยวกับเรื่องนี้ รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ได้ให้ข้อมูลและวิเคราะห์ว่า ยามีกลุ่มที่เป็นยาประเภทนอนหลับ ซึ่งออกฤทธิ์ค่อนข้างนาน เบลอได้ถึง 3 วัน และมักถูกนำมาใช้ก่ออาชญากรรม นอกจากนี้ยังให้ความเห็นว่าแอลกอฮอล์อาจเป็นตัวเสริมฤทธิ์ที่ทำให้ยาออกฤทธิ์รุนแรงและยืดเยื้อขึ้น แต่การจะยืนยันได้ต้องผ่านการตรวจร่างกายหรือตรวจปัสสาวะอย่างละเอียด
โดย หมอหมู ได้อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้ ยาดังกล่าว เป็นกลุ่มยานอนหลับหรือยาที่มีฤทธิ์กดประสาท ซึ่งจะออกฤทธิ์ทำให้ผู้ที่ได้รับยาเกิดอาการง่วง มึนงง เบลอ พูดไม่รู้เรื่อง และสูญเสียการควบคุมตัวเอง ซึ่งยากลุ่มนี้บางชนิดสามารถออกฤทธิ์ค่อนข้างเร็ว (ภายใน 5-10 นาที) ทำให้ซึมหรือหลับไปโดยไม่รู้ตัว และฤทธิ์อาจยาวนานต่อเนื่องไป 2-3 วัน
และยาส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบยาเม็ด (เช่น ลักษณะเม็ดสีเหลือง มีโลโก้รูปสามเหลี่ยม) แล้วนำมาบดหรือแปลงสภาพเพื่อแอบผสมลงในอาหารหรือเครื่องดื่ม แต่การดื่มแอลกอฮอล์ร่วมด้วยจะเป็นตัวเสริมฤทธิ์ ทำให้ยาแสดงอาการรุนแรงและยืดเยื้อมากขึ้น แต่หากไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์และดื่มเพียงน้ำเปล่า หากมีการผสมยาลงไป ก็สามารถทำให้เกิดอาการได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม หมอหมูระบุว่า ปัจจุบันนิยมเรียกว่า "ยาเสียตัว" มากกว่า "ยาเสียสาว" เนื่องจากเหตุการณ์ลักษณะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทั้งผู้ชายและผู้หญิง ทั้งนี้การจะระบุให้แน่ชัดว่าเป็นยาชนิดใด จำเป็นต้องอาศัยการตรวจร่างกาย ตรวจปัสสาวะ หรือตรวจเลือดอย่างรวดเร็วหลังเกิดเหตุ เพราะหากพิจารณาเพียงแค่จากอาการภายนอก จะเป็นเพียงการตั้งข้อสันนิษฐานเท่านั้น
