- 24 ต.ค. 2569
เปิดปากแล้ว! “เจ๊เบียร์ คนละยำ” ยิ้มสู้คดี หยอกแซวตำรวจ เผยเหตุผลเติมโชว์กลางไลฟ์ รู้แล้วยิ่งอึ้งเข้าไปใหญ่
จากกรณีชุดสืบสวน สภ.บางละมุง นำหมายจับศาลจังหวัดพัทยาเข้าจับกุม “เจ๊เบียร์ คนละยำ” หรือ นายทรงเกียรติ หาสูง อายุ 39 ปี ที่บ้านพักย่านถนนเทศบาลบำรุง ต.ประจวบคีรีขันธ์ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในความผิดฐานจูงใจ ชักนำ ยุยงส่งเสริม ใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ หรือใช้กำลังบังคับให้ผู้อื่นเสพยาเสพติดให้โทษ และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) ภายหลังปรากฏคลิปเจ้าตัวเสพยาไอซ์ระหว่างไลฟ์สดจนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 23 ตุลาคม 2569 พ.ต.ท.ยงยุทธ หวานเหนือ รอง ผกก.สส.สภ.บางละมุง พร้อมชุดสืบสวน ควบคุมตัวเจ๊เบียร์เดินทางมาถึง สภ.บางละมุง เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเจ้าตัวถูกใส่เครื่องพันธนาการที่ข้อมือ แต่มีสีหน้าผ่อนคลาย พร้อมส่งยิ้มให้ผู้สื่อข่าวที่มารอทำข่าวบริเวณห้องสืบสวน
ระหว่างอยู่ที่โรงพัก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดเตรียมข้าวกล่องให้รับประทานก่อนนำตัวเข้าห้องควบคุม จากการสังเกตพบว่า เจ๊เบียร์ยังคงมีท่าทีเป็นกันเอง พูดคุยหยอกล้อและแซวตำรวจ รวมถึงผู้สื่อข่าวตามสไตล์ของตัวเอง โดยไม่ได้แสดงท่าทีเคร่งเครียดให้เห็นอย่างชัดเจน
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงสาเหตุที่ตัดสินใจเสพยาไอซ์ระหว่างไลฟ์สด เจ๊เบียร์เปิดเผยว่า โดยปกติตนมีพฤติกรรมเสพยาเสพติดอยู่แล้ว ส่วนเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุ ขณะกำลังไลฟ์สดพูดคุยกับแฟนคลับ มีผู้ชมเข้ามาท้าทายให้เสพยาไอซ์โชว์ พร้อมระบุว่าหากกล้าทำจะโอนเงินให้ ซึ่งท้ายที่สุดมีการโอนเงินจริง ประกอบกับขณะนั้นตนมีอาการมึนเมา รู้สึกน้อยใจและมีหลายอารมณ์ปะปนกัน จนทำให้ขาดสติและตัดสินใจเสพยาไอซ์ต่อหน้าผู้ชม
เจ้าตัวยอมรับว่าไม่คิดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะกลายเป็นคลิปไวรัลอย่างรวดเร็ว พร้อมยอมรับว่ารู้ดีว่าการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และยืนยันยอมรับผิดในข้อกล่าวหาที่ถูกดำเนินคดี
เจ๊เบียร์ยังกล่าวถึงผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวว่า การกระทำของตนถือเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชนและบุคคลอื่น แต่ไม่ได้ขอห้ามใครทำตาม พร้อมกล่าวในเชิงประชดติดตลกว่า “ถ้าหากทำแล้วคุณอยากมานั่งตรงนี้ ที่โรงพักก็เรื่องของคุณ”
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าเจ้าตัวท้าทายให้ตำรวจเข้าจับกุม เจ๊เบียร์ยืนยันว่าไม่เคยมีเจตนาท้าทายระบบตำรวจ โดยหลังจากตกเป็นข่าว ตนได้กลับไปหาแม่ที่บ้าน ก่อนที่ตำรวจจะติดตามไปขอตรวจปัสสาวะ ซึ่งตนให้ความร่วมมือและยินยอมเข้าสู่กระบวนการบำบัด ก่อนที่ต่อมาเจ้าหน้าที่จะนำหมายศาลเข้าจับกุมตามขั้นตอนดังกล่าว