- 25 ต.ค. 2569
อินฟลูเอนเซอร์ ขู่ขอกินฟรีขอโทษแล้ว วอนอย่าเปิดเผยชื่อ เจ้าของร้านลุยแจ้งความ หลังตรวจสอบพบว่าเป็นมิจฉาชีพ
วันที่ 25 ต.ค. 69 เมื่อเวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังร้านประกายบางใหญ่ ต.หนองเพรางาย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เพื่อติดตามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่เจ้าของร้านแห่งนี้ออกมาอัดคลิประบุว่าถูกเพจชิมอาหารที่มีคนติดตามกว่า 3 แสนคน เรียกเงินค่ารีวิวร้านหาร้านไม่ตกลงจะรีวิวให้ยับด้วยการให้ดาวเดียว จนกลายเป็นประเด็นที่โลกโซเซียลให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งส่วนใหญ่อยากรู้ว่าเพจที่มาข่มขู่รีวิวร้านอาหารเป็นเพจอะไร แต่ทางเจ้าของยืนยันว่าทางเพจโทรมาขอโทษแล้วและตนยังไม่ได้เสียหายอะไร ซึ่งเลือกที่จะไม่เปิดเผยชื่อเพจดังกล่าวออกไป จนต่อมากลายเป็นกระแสโซเซียลตีกลับมาว่า ทางเจ้าร้านเองอาจจะปั้นเรื่องขึ้นมาเพื่อให้เป็นกระแสโปรโมทร้านนั้น
ผู้สื่อข่าวได้พบกับ น.ส.สโรชา รุ่งรัศมี อายุ 33 ปี เจ้าของร้านประกายบางใหญ่ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา มีข้อความจากเฟสบุ๊คส่วนตัวทักมาที่เพจของร้านว่า เป็นเพจรีวิวร้านอาหารที่มีคนติดตามกว่า 3 แสนคน จะเข้ามาที่ร้านเพื่อทำการรีวิวให้ แต่เนื่องจากเป็นวันหยุดยาว ด้วยความที่ยุ่ง ๆ ตนจึงปฏิเสธไป แต่กลับถูกทางเพจดังกล่าวขู่เรียกเงินค่าทำรีวิวจำนวน 2.5 หมื่นบาท และถ้าทางร้านไม่ให้ก็จะอัดคลิปแฉให้ทางร้านเสียหาย แต่ในตอนนั้นเนื่องจากมีลูกค้าที่ร้านเป็นจำนวนมาก ตนจึงบอกปัดทางเพจไปทั้งหมด พร้อมกับคิดในใจว่า อิหยั่งว่ะ
จนต่อมาตนได้อัดคลิปเหตุการณ์ที่ถูกเพจมาข่มขู่ลงโซเซียล ก็ปรากฏว่ามีร้านอาหารในพื้นที่ใกล้เคียงกันทักมาบอกว่าเคยเจอข่มขู่ในลักษณะแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน แต่ตนไม่มั่นใจว่ามาจากเพจเดียวกันหรือไม่จนกระทั่งคลิปของตนเริ่มแมสในโซเซียลมีผู้คนให้ความสนใจมากขึ้น ก็มีคนทักมาถามทุกมาให้ตนเปิดเผยชื่อเพจเพื่อให้สังคมรับรู้ แต่ตนถูกืนายความทักมาเตือนว่า ให้ระมัดระวังในการเปิดเผยข้อมูลบุคคลที่ 3 แม้ว่าเขาจะเป็นคนผิดก็ตาม เพราะเขาอาจฟ้องกลับเอาผิดตนได้ ทำให้ตนตัดสินใจไม่เปิดเผยชื่อเพจไป ทั้งๆที่ตนมีข้อมูลทั้งหมด แต่เราไม่สามารถเล่าได้ทั้งหมดเพราะเวลาถูกฟ้องร้องมา เราจะโดนคนเดียว โดดเดี่ยวที่หน้าศาลคนเดียว สังคมไม่ได้มาโดนกับเราด้วย รวมทั้งทางเจ้าของเพจรีวิวได้ติดต่อกลับมาพร้อมกับขอโทษขอโพยไม่ให้เปิดเผยชื่อเพจ ทำให้ตนตัดสินใจยังไม่เปิดเผยชื่อเพจและข้อมูลในตอนนั้น
จนกระทั่งเมื่อวานนี้คลิปของตนกลายเป็นกระแสโด่งดังในโซเซียล และถูกกระแสโซเซียลสงสัยกลับมาว่า ตนปั่นเรื่องเองเพื่อเรียกยอดคนติดตามของร้าน จึงทำให้ตนเริ่มค้นหาข้อมูลของเพจดังกล่าวที่จะมารีวิวข่มขู่ จนไปพบว่าเพจนี้ลักษณะเหมือนมิจฉาชีพที่ไปขอซื้อเพจมาแล้วมาหลอกรีวิวร้านค้าร้านอาหารเพื่อจะเรียกรับเงิน เพราะหากทางร้านตอบตกลงไปก็จะต้องจ่ายค่ามัดจำให้กับทางเพจก่อนจะลงพื้นที่มารีวิวให้กับร้าน แต่สิ่งที่ทำให้ตนมั่นใจยิ่งขึ้นว่า เพจนี้เป็นเพจมิจฉาชีพเพราะตนไปพบข้อมูลว่าผู้ใช้บัญชีเฟสบุ๊คที่ชื่อ โซเฟีย หรือ น.ส.สุชาดา นั้น มีประวัติอยู่ในรายชื่อคนโกงเกี่ยวกับการค้าขายเสื้อผ้ามือสองและพระเครื่องด้วย
ทำให้ตนตัดสินใจรวบรวมหลักฐานเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.ไทรน้อย แล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาในวันนี้
ส่วนคำถามที่ว่าตนรู้สึกอย่างไรที่ถูกสังคมมองว่าเรื่องนี้ตนอาจสร้างกระแสขึ้นมาเพื่อเชียร์ร้านตัวเองนั้น ตนขอบอกว่า ทำไมตนต้องมาพิสูจน์ตัวเองในเรื่องนี้ด้วย ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องจริง และเราก็ต้องปกป้องตัวเองก่อน ตนจะไปเอากระแสมาทำอะไรแบบนี้ ทั้งๆที่ก็มีฐานลูกค้าประจำอยู่แล้ว เปิดมา 11 เดือนแล้วเดือนหน้าก็ครบปี ตนไม่ต้องมาสร้างกระแสอะไรแบบนี้หรอก เพียงแต่บางเรื่องเมื่อมีคนทักมาให้ระวังตนก็แค่ระวังเอาไว้เท่านั้น
ด้าน พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผกก.สภ.ไทรน้อย เปิดเผยว่า วันนี้ทางเจ้าของร้านอาหารประกาย ได้เข้ามาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานกับบุคคล ที่เป็นอินโฟเอ็นเซอร์ ชื่อ โซเฟีย ซึ่งเป็นบุคคลที่ติดต่อขอรีวิว ร้านอาหาร โดยขอสนับสนุนอาหารและเครื่องดื่ม แต่ทางร้านได้ปฏิเสธไป หลังจากนั้นได้ถูกอินฟลูเอนเซอร์ข่มขู่รีวิวให้ร้านเสื่อมเสีย ทางร้านกลัวว่าจะเกิดปัญหา
นอกจากนี้ยังเรียกค่ารีวิวจำนวน 25,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่รีวิวให้ร้านเสียหาย ทางเจ้าของร้านจึงได้มาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน สำหรับคดีนี้สามารถแจ้งความดำเนินคดีทางอาญาได้
