- 25 ต.ค. 2569
ผู้ช่วย ผบ.ตร. สั่งตำรวจจราจรเปิดหน้าให้ประชาชนตรวจสอบได้ ย้ำตักเตือนก่อนปรับ ห้ามบังคับจ่ายค่าปรับ ณ จุดตรวจ
วันที่ 25 ตุลาคม 2569 พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) มีหนังสือสั่งการถึงกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1-9 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้กำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจรให้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) โดยเน้นย้ำเรื่องการเปิดเผยใบหน้าเพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและระบุตัวเจ้าหน้าที่ได้อย่างชัดเจน ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเหมาะสมและโปร่งใส
ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) จึงกำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยควบคุมดูแลตำรวจจราจรในสังกัดให้แต่งเครื่องแบบถูกต้องตามระเบียบ และงดสวมหมวกคลุมศีรษะและใบหน้า ผ้าคลุมใบหน้าและลำคอ หรือ โม่ง ตลอดจนอุปกรณ์อื่นที่มีลักษณะปกปิดใบหน้าในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ประชาชนมองเห็นใบหน้าและทราบตัวตนของเจ้าหน้าที่ได้อย่างเปิดเผย อันจะช่วยเสริมสร้างความโปร่งใส ความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์ที่ดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
สำหรับกรณีที่จำเป็นต้องป้องกันฝุ่นละอองหรือแสงแดด อนุญาตให้ใช้หน้ากากอนามัยและแว่นตากันแดดได้ตามความเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่เรียกตรวจผู้กระทำผิดกฎหมายจราจรหรือดำเนินการออกใบสั่ง จะต้องถอดแว่นตากันแดดและหน้ากากอนามัยออกชั่วคราว เพื่อให้ประชาชนสามารถมองเห็นใบหน้าและตรวจสอบตัวตนของผู้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ มีข้อยกเว้นสำหรับตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติภารกิจนำขบวน ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความเร็วในการขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะบนทางพิเศษที่ต้องเผชิญแรงปะทะจากกระแสลม การใช้อุปกรณ์ป้องกันในลักษณะดังกล่าวจึงได้รับการยกเว้น เพื่อคำนึงถึงความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่
นอกจากเรื่องการแต่งกายและการเปิดเผยใบหน้าแล้ว พล.ต.ท.นิธิธร ยังเน้นย้ำแนวทางการบังคับใช้กฎหมายจราจร โดยให้เจ้าหน้าที่ใช้หลัก ตักเตือนก่อนปรับ และ ปรับแบบขั้นบันได เป็นแนวทางสำคัญ โดยเฉพาะความผิดเล็กน้อยที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ให้พิจารณาว่ากล่าวตักเตือนเป็นลำดับแรก พร้อมให้ความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกฎจราจรแก่ผู้กระทำผิด
ก่อนออกใบสั่ง เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบประวัติการว่ากล่าวตักเตือนผ่านระบบ PTM ทุกครั้ง หากพบว่ามีการกระทำผิดซ้ำ หรือมีเหตุจำเป็นต้องออกใบสั่ง ให้พิจารณาอัตราค่าปรับตามแนวทางขั้นบันได โดยคำนึงถึงลักษณะและพฤติการณ์ของการกระทำผิด รวมถึงความเหมาะสมของแต่ละกรณี
อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวไม่ครอบคลุมความผิดที่มีพฤติการณ์เสี่ยงก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง เช่น การขับรถย้อนศร การฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร การเมาแล้วขับ และการแข่งรถในทาง ซึ่งเป็นความผิดที่ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นหลัก
ขณะเดียวกัน ศจร.ตร. กำชับห้ามตำรวจจราจรบังคับ กดดัน หรือกำหนดเงื่อนไขให้ผู้กระทำผิดต้องชำระค่าปรับ ณ จุดตรวจโดยเด็ดขาด โดยเจ้าหน้าที่ต้องชี้แจงสิทธิ ขั้นตอน ระยะเวลาที่กำหนดให้ชำระค่าปรับ และช่องทางการชำระเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจน พร้อมย้ำห้ามเรียกรับเงินหรือผลประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบอย่างเด็ดขาด
คำสั่งดังกล่าวมีเป้าหมายให้การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจรเป็นไปอย่างเปิดเผย ตรวจสอบได้ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและยกระดับความเชื่อมั่นต่อการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
