- 26 ต.ค. 2569
ชาวบ้านสุรินทร์ร่วมพิธีเซ่นไหว้หัวหมู เรียกขวัญและผูกแขนให้กำลังใจคนขับรถแบ็กโฮและช่างภาพ หลังเผชิญเหตุระทึกจากแรงระเบิดของทุ่นระเบิดทำลายรถถัง
26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านสะพาน หมู่ที่ 6 ตำบลจรัส อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ หลังเกิดเหตุระทึกขวัญ เมื่อรถแบ็กโฮที่กำลังปฏิบัติงานก่อสร้างถนนบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ใกล้ช่องพริก ตำบลจรัส อำเภอบัวเชด ถูกแรงระเบิดจากทุ่นระเบิดทำลายรถถัง ส่งผลให้รถได้รับความเสียหายอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม นายวอน คำศรี อายุ 55 ปี คนขับรถแบ็กโฮ ซึ่งเป็นศิษย์หลวงตาเยื้อน ขันติพโล เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ (ธรรมยุต) รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยได้รับผลกระทบเพียงอาการหูอื้อ และยังสามารถเดินได้ตามปกติ ขณะที่นายหาญศักดิ์ สมุห์เงิน อายุ 32 ปี ช่างภาพซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ ก็รอดชีวิตเช่นกัน
หลังเกิดเหตุ ญาติพี่น้องและชาวบ้านต่างรู้สึกโล่งใจที่ทั้งสองคนปลอดภัย จึงพร้อมใจกันจัดพิธีเซ่นไหว้หัวหมู ทำพิธีเรียกขวัญ และผูกข้อมือเพื่อให้กำลังใจแก่ทั้งคู่ หลังต้องเผชิญกับเหตุการณ์รุนแรงที่สร้างความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
นายวอน คำศรี เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเคยฝันเกี่ยวกับสถานที่ทำงาน อีกทั้งยังมีความรู้สึกคล้ายกับมีเสียงเตือนให้หยุดก่อน ประกอบกับขณะนั้นรถมีปัญหาโซ่หลุด ทำให้ตนนึกย้อนถึงความฝันและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
หลังรอดชีวิตมาได้ ตนรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก โดยเชื่อว่าอาจเป็นเพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ รวมถึงบารมีเหรียญหลวงพ่อเยื้อน และบุญบารมีของปู่ย่าตายายที่คอยปกปักรักษา
นายวอนกล่าวอีกว่า รู้สึกซาบซึ้งใจที่ญาติพี่น้องและชาวบ้านเดินทางมาร่วมพิธีเรียกขวัญและผูกแขนให้กำลังใจ ทำให้มีกำลังใจมากขึ้น พร้อมกลับไปปฏิบัติหน้าที่ขับรถแบ็กโฮก่อสร้างถนนบริเวณชายแดนต่อไป เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ
ด้านนายหาญศักดิ์ สมุห์เงิน ช่างภาพผู้บันทึกภาพเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุ ตนกำลังปฏิบัติหน้าที่บันทึกภาพการทำงานอยู่ในพื้นที่ จู่ ๆ ก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นอย่างกะทันหัน แรงระเบิดทำให้ตนหงายหลังลงกับพื้น ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนแทบตั้งตัวไม่ทัน
ขณะนั้นรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก และคิดว่าตนอาจไม่รอดชีวิต แต่โชคดีที่ยังปลอดภัย และสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้ได้บางส่วน
นายหาญศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า รู้สึกดีใจและขอบคุณประชาชนที่เดินทางมาร่วมพิธีผูกแขนเรียกขวัญและให้กำลังใจ ทำให้รู้สึกอบอุ่นและมีกำลังใจในการทำงานต่อไป แม้การปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงก็ตาม
บรรยากาศภายในพิธีเป็นไปอย่างอบอุ่น ชาวบ้านต่างร่วมส่งกำลังใจและอวยพรให้ทั้งสองคนแคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมขอให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียหรืออันตราย
เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะเดียวกันยังแสดงให้เห็นถึงพลังน้ำใจและความห่วงใยของคนในชุมชน ที่พร้อมยืนเคียงข้างและให้กำลังใจกันในยามเผชิญเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
