อบต. ตั้งเครื่องสูบน้ำขวางถนนไร้ไฟเตือน ตร.ชี้คนขี่ชนเป็นคนผิด

ครอบครัวร้องสายไหมต้องรอด อบต. ตั้งเครื่องสูบน้ำขวางถนนไร้ไฟเตือน นศ.หนุ่มวัย 21 ขี่รถชนดับ ติดใจตำรวจชี้ลูกผิด

ครอบครัวหนุ่มวัย 21 ปี ชาวนครปฐม ร้องขอความเป็นธรรมผ่านเพจสายไหมต้องรอด หลังสูญเสียลูกชายจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์บริเวณถนนด้านหลังเรือนจำกลางนครปฐม โดยตั้งข้อสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ อบต.วังตะกู นำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งกีดขวางเส้นทางโดยไม่มีป้ายเตือนหรือสัญญาณไฟแจ้งเตือน อีกทั้งยังติดใจกรณีพนักงานสอบสวนระบุว่าผู้เสียชีวิตเป็นฝ่ายผิด ขณะที่ครอบครัวอ้างว่าการติดตั้งเครื่องสูบน้ำไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องก่อนเกิดเหตุ

 

อบต. ตั้งเครื่องสูบน้ำขวางถนนไร้ไฟเตือน ตร.ชี้คนขี่ชนเป็นคนผิด

นายสันติ อายุ 43 ปี บิดาของนายนันทกร อายุ 21 ปี ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ครอบครัวได้เดินทางเข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือกับเพจสายไหมต้องรอด หลังต้องสูญเสียลูกชายจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา

 

ในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยโทรศัพท์แจ้งข่าวว่าลูกชายประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตบริเวณถนนด้านหลังเรือนจำกลางนครปฐม และกำลังนำร่างส่งโรงพยาบาล ทำให้ตนและภรรยารีบเดินทางไปตรวจสอบ ก่อนทราบว่าลูกชายพร้อมเพื่อนอีก 1 คน ขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้ากลับบ้าน แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุกลับประสบอุบัติเหตุจนเป็นเหตุให้ลูกชายเสียชีวิต

 


นายสันติระบุว่า บริเวณดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ อบต.วังตะกู นำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งไว้ แต่ไม่มีป้ายแจ้งเตือนหรือสัญญาณไฟส่องสว่างเพื่อเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้ระมัดระวัง

 

นอกจากนี้ ครอบครัวยังได้รับข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ขับรถกระบะเข้าไปเปิดแผงกั้นเพื่อเข้าตรวจสอบระดับน้ำ แต่หลังตรวจสอบเสร็จกลับไม่ได้ปิดแผงกั้นไว้ตามเดิม จึงตั้งข้อสันนิษฐานว่าลูกชายอาจเห็นแผงกั้นเปิดอยู่และเข้าใจว่าสามารถขับรถผ่านเส้นทางดังกล่าวได้ตามปกติ ก่อนเกิดอุบัติเหตุขึ้น

 


นอกจากความสูญเสียแล้ว ครอบครัวยังติดใจการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ซึ่งระบุว่าผู้เสียชีวิตเป็นฝ่ายผิด โดยมองว่าเป็นการฝ่าฝืนแผงกั้นเข้าไปจนทำให้ทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย ทำให้ครอบครัวรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมและต้องการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน

อบต. ตั้งเครื่องสูบน้ำขวางถนนไร้ไฟเตือน ตร.ชี้คนขี่ชนเป็นคนผิด

 

นายสันติยังเปิดเผยว่า หลังประสานสอบถามไปยังกรมทางหลวงชนบทส่วนกลาง ครอบครัวได้รับข้อมูลว่าการนำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งของ อบต.วังตะกู ในวันเกิดเหตุไม่ได้มีการขออนุญาตอย่างถูกต้องตามขั้นตอน และมีการยื่นเรื่องขอใบอนุญาตติดตั้งเครื่องสูบน้ำย้อนหลังภายหลังเกิดอุบัติเหตุแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อกล่าวอ้างจากครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งยังต้องได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ การจัดวางแผงกั้น และสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างชัดเจน

 

เบื้องต้น เพจสายไหมต้องรอดได้รับเรื่องร้องเรียนไว้แล้ว พร้อมเตรียมประสานงานไปยัง สภ.เมืองนครปฐม เพื่อขอให้เร่งตรวจสอบพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงในคดีอีกครั้ง โดยครอบครัวหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมต่อการสูญเสียลูกชายในครั้งนี้

 

อบต. ตั้งเครื่องสูบน้ำขวางถนนไร้ไฟเตือน ตร.ชี้คนขี่ชนเป็นคนผิด