ปลายฝนต้นหนาว! ระวังแมลงก้นกระดก! อย่าตบ อย่าบี้ ทำผิวหนังอักเสบ

ช่วงปลายฝนต้นหนาว ประชาชนควรระวัง "แมลงก้นกระดก" แมลงตัวเล็กที่อาจแฝงมากับแสงไฟและเข้าสู่บ้านเรือน อย่าตบ อย่าบี้ พิษทำผิวหนังอักเสบคล้ายแผลไฟไหม้

เตือนประชาชนระวังแมลงก้นกระดกช่วงปลายฝนต้นหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่ควรเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะบริเวณที่มีความชื้น แหล่งน้ำ ทุ่งนา และพื้นที่ที่มีแสงไฟในเวลากลางคืน เนื่องจากแมลงอาจบินเข้ามาในบ้านเรือนและเกาะตามเสื้อผ้าหรือผิวหนังได้

แมลงก้นกระดกเป็นแมลงขนาดเล็ก ลำตัวมีสีส้มสลับดำ แม้จะไม่ได้กัดหรือต่อยเพื่อปล่อยพิษ แต่ภายในตัวแมลงมีสารพิษชื่อ พีเดอริน (Pederin) หากถูกตบ บี้ หรือกดทับจนสารพิษสัมผัสผิวหนัง อาจทำให้เกิดผิวหนังอักเสบ มีอาการแดง แสบร้อน และเกิดตุ่มน้ำพองคล้ายแผลไฟไหม้ได้

อาการอาจไม่ปรากฏทันทีหลังสัมผัส แต่สามารถเกิดขึ้นภายในหลายชั่วโมง และมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วง 1–2 วัน จึงควรสังเกตความผิดปกติของผิวหนังหลังสัมผัสแมลง

วิธีป้องกันและดูแลเบื้องต้น

  1. อย่าตบหรือบี้แมลง หากพบเกาะอยู่บนผิวหนัง ให้เป่าออกเบา ๆ หรือใช้กระดาษเขี่ยออกอย่างระมัดระวัง
  2. รีบล้างผิวหนัง ด้วยสบู่อ่อนและน้ำสะอาด หากสัมผัสแมลงหรือสงสัยว่าสารพิษสัมผัสผิวหนัง โดยหลีกเลี่ยงการขัดถูแรง ๆ
  3. ป้องกันแมลงเข้าบ้าน ด้วยการติดมุ้งลวด ปิดประตูหน้าต่าง และลดการเปิดไฟบริเวณที่ไม่จำเป็นในเวลากลางคืน
  4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสผื่นโดยตรง ไม่แกะหรือเกาตุ่มน้ำ และล้างมือให้สะอาดหลังดูแลบริเวณที่มีผื่น

 

หากมีผื่นรุนแรง ตุ่มน้ำเป็นบริเวณกว้าง หรือมีอาการปวดบวมมาก ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและรักษาอย่างเหมาะสม หากสารพิษเข้าตา ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดต่อเนื่องอย่างน้อย 15 นาที โดยไม่ขยี้ตา และรีบไปพบแพทย์

ปลายฝนต้นหนาว! ระวังแมลงก้นกระดก! อย่าตบ อย่าบี้ ทำผิวหนังอักเสบ

ทั้งนี้ การระมัดระวังไม่ตบหรือบี้แมลง และการรีบล้างผิวหนังเมื่อสงสัยว่าสัมผัสสารพิษ เป็นวิธีสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดผิวหนังอักเสบจากแมลงก้นกระดก