- 27 ต.ค. 2569
ช่วงปลายฝนต้นหนาว ประชาชนควรระวัง "แมลงก้นกระดก" แมลงตัวเล็กที่อาจแฝงมากับแสงไฟและเข้าสู่บ้านเรือน อย่าตบ อย่าบี้ พิษทำผิวหนังอักเสบคล้ายแผลไฟไหม้
เตือนประชาชนระวังแมลงก้นกระดกช่วงปลายฝนต้นหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่ควรเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะบริเวณที่มีความชื้น แหล่งน้ำ ทุ่งนา และพื้นที่ที่มีแสงไฟในเวลากลางคืน เนื่องจากแมลงอาจบินเข้ามาในบ้านเรือนและเกาะตามเสื้อผ้าหรือผิวหนังได้
แมลงก้นกระดกเป็นแมลงขนาดเล็ก ลำตัวมีสีส้มสลับดำ แม้จะไม่ได้กัดหรือต่อยเพื่อปล่อยพิษ แต่ภายในตัวแมลงมีสารพิษชื่อ พีเดอริน (Pederin) หากถูกตบ บี้ หรือกดทับจนสารพิษสัมผัสผิวหนัง อาจทำให้เกิดผิวหนังอักเสบ มีอาการแดง แสบร้อน และเกิดตุ่มน้ำพองคล้ายแผลไฟไหม้ได้
อาการอาจไม่ปรากฏทันทีหลังสัมผัส แต่สามารถเกิดขึ้นภายในหลายชั่วโมง และมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วง 1–2 วัน จึงควรสังเกตความผิดปกติของผิวหนังหลังสัมผัสแมลง
วิธีป้องกันและดูแลเบื้องต้น
- อย่าตบหรือบี้แมลง หากพบเกาะอยู่บนผิวหนัง ให้เป่าออกเบา ๆ หรือใช้กระดาษเขี่ยออกอย่างระมัดระวัง
- รีบล้างผิวหนัง ด้วยสบู่อ่อนและน้ำสะอาด หากสัมผัสแมลงหรือสงสัยว่าสารพิษสัมผัสผิวหนัง โดยหลีกเลี่ยงการขัดถูแรง ๆ
- ป้องกันแมลงเข้าบ้าน ด้วยการติดมุ้งลวด ปิดประตูหน้าต่าง และลดการเปิดไฟบริเวณที่ไม่จำเป็นในเวลากลางคืน
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสผื่นโดยตรง ไม่แกะหรือเกาตุ่มน้ำ และล้างมือให้สะอาดหลังดูแลบริเวณที่มีผื่น
หากมีผื่นรุนแรง ตุ่มน้ำเป็นบริเวณกว้าง หรือมีอาการปวดบวมมาก ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและรักษาอย่างเหมาะสม หากสารพิษเข้าตา ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดต่อเนื่องอย่างน้อย 15 นาที โดยไม่ขยี้ตา และรีบไปพบแพทย์
ทั้งนี้ การระมัดระวังไม่ตบหรือบี้แมลง และการรีบล้างผิวหนังเมื่อสงสัยว่าสัมผัสสารพิษ เป็นวิธีสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดผิวหนังอักเสบจากแมลงก้นกระดก
