จับหมอเถื่อน คนแห่จองออนไลน์ตรวจหลอดเลือด ประเมินสโตรก หัวละ 900

บุกรวบ 2 หมอเถื่อน เปิดรับคิวออนไลน์ลักลอบตรวจหลอดเลือดหัวใจและสมอง (Stroke) กลางร้านอาหารย่านบางนา คิดค่าบริการรายละ 900 บาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อม กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และแพทยสภาโดยนายแพทย์สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา ปฏิบัติการจับกุม 2 ผู้ต้องหา ลอบให้บริการตรวจหลอดเลือดและให้คำปรึกษาทางการแพทย์โดยไม่มีใบอนุญาต กลางร้านอาหารย่านบางนา

 

พฤติการณ์สืบเนื่องจาก กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับหนังสือจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ซึ่งได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับการโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ เชิญชวนประชาชนเข้ารับบริการตรวจประเมินหลอดเลือดบริเวณลำคอ (CIMT) เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) โดยเปิดให้ผู้สนใจจองคิวผ่านแอปพลิเคชันไลน์ คิดค่าบริการรายละ 900 บาท

และกำหนดสถานที่ให้บริการภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านบางนา กรุงเทพมหานคร เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนพบว่ามีการรับจองคิวและนัดทำการตรวจประเมินโรคในลักษณะดังกล่าวจริง


ต่อมา เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และผู้แทนแพทยสภา เข้าตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว พบ น.ส.นูรีฮัน (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี กำลังใช้เครื่องอัลตราซาวด์ตรวจหลอดเลือดบริเวณลำคอทั้งด้านซ้ายและด้านขวาให้แก่ผู้เข้ารับบริการนอกจากนี้ ยังพบ น.ส.ธมลธันน์ อายุ 49 ปี กำลังอธิบายผลการตรวจตามเอกสารผลการตรวจอัลตราซาวด์ ประเมินความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)ให้แก่ผู้เข้ารับบริการ

จับหมอเถื่อน คนแห่จองออนไลน์ตรวจหลอดเลือด ประเมินสโตรก หัวละ 900

จากการตรวจสอบพบว่าพบว่าบุคคลทั้ง 2 รายไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี

จับหมอเถื่อน คนแห่จองออนไลน์ตรวจหลอดเลือด ประเมินสโตรก หัวละ 900
จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า นอกจากจะมีโฆษณาชักชวนผ่านทางโซเชียลมีเดียแล้ว ผู้ต้องหาทั้งสองรายนี้ยังมีพฤติการณ์ในการออกบูธประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปมาใช้บริการตามห้างสรรพสินค้า โดยทำมาแล้วประมาณ 5-6 เดือน 

เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ฐาน “ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


กรณีสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ฐาน “ประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต และดำเนินกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จับหมอเถื่อน คนแห่จองออนไลน์ตรวจหลอดเลือด ประเมินสโตรก หัวละ 900

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีสถานพยาบาลประเภทไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน (คลินิก) มากกว่า 40,000 แห่ง จึงอาจมีผู้ไม่ประสงค์ดีลักลอบให้บริการทางการแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือแอบอ้างเป็นแพทย์เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนเพื่อความปลอดภัย ก่อนเข้ารับบริการทางการแพทย์ ประชาชนควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญ ดังนี้


1. ป้ายชื่อคลินิกต้องแสดงเลขที่ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล 11 หลัก
2. ต้องมีการแสดงใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล โดยเลขที่ใบอนุญาตต้องตรงกับที่แสดงบนป้ายชื่อคลินิก
3. ต้องมีการแสดงใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล โดยระบุชื่อผู้ดำเนินการที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
4. ต้องมีหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมสถานพยาบาลประจำปีที่เป็นปัจจุบัน
5. ต้องแสดงข้อมูลแพทย์ผู้ให้บริการ ได้แก่ ชื่อ นามสกุล และภาพถ่าย ในตำแหน่งที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้


ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลสถานพยาบาลผ่านเว็บไซต์กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ และตรวจสอบรายชื่อแพทย์ผ่านเว็บไซต์แพทยสภา หากพบสถานพยาบาลที่มีพฤติการณ์น่าสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลต่อกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โทรศัพท์ 02-193-7000

แพทยสภาแนะนำแนวทางตรวจสอบก่อนรับบริการ แพทยสภาขอเน้นย้ำให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการตรวจสุขภาพ โดยเฉพาะการตรวจประเมินความเสี่ยงของโรคและการให้คำปรึกษาทางการแพทย์ ซึ่งต้องคำนึงถึงคุณสมบัติและขอบเขตการประกอบวิชาชีพของผู้ให้บริการ ประชาชนควรตรวจสอบชื่อและนามสกุลของแพทย์ รวมถึงสถานะใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผ่านเว็บไซต์แพทยสภา https://checkmd.tmc.or.th

นอกจากนี้ ควรตรวจสอบสถานที่ให้บริการว่าได้รับอนุญาตตามกฎหมายหรือไม่ โดยพิจารณาจากป้ายชื่อสถานพยาบาลและเลขที่ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลที่แสดงไว้อย่างชัดเจน

ด้าน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์  เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ที่คิดแอบอ้างเป็นบุคลากรทางการแพทย์ หรือให้บริการทางการแพทย์โดยไม่มีใบอนุญาต เพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนการเข้ารับบริการทางการแพทย์จากบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติหรือไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ ทั้งจากการประเมินอาการที่คลาดเคลื่อน การวินิจฉัยที่ผิดพลาด ตลอดจนการได้รับการรักษาที่ไม่เหมาะสม

 

ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวดังนั้น ก่อนเข้ารับบริการตรวจสุขภาพหรือรักษาโรค ประชาชนควรตรวจสอบว่าแพทย์ผู้ให้บริการมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ถูกต้อง และสถานพยาบาลได้รับอนุญาตตามกฎหมาย เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นหากประชาชนพบเบาะแสการลักลอบให้บริการทางการแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน บก.ปคบ. 1135 หรือเพจเฟซบุ๊ก “ปคบ. เตือนภัยผู้บริโภค”