- 29 ต.ค. 2569
สาว 56 ปี เดินทาง 60 กม. บุกร้อง พศ. ฉะเชิงเทรา หลังถูก "หลวงตาชรา" วัดดัง อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ทักแชตคุกคามทางเพศลามกอนาจาร พบเหยื่อเพียบ พศ.เร่งส่งเรื่องสอบจับสึกด่วน
ฉะเชิงเทรา (29 ตุลาคม 2569) - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (29 ตุลาคม 2569) ได้รับการประสานและความช่วยเหลือจาก น.ส.นา (นามสมมุติ) อายุ 56 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลคลองตะเกรา อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ยอมเดินทางไกลกว่า 60 กิโลเมตร เข้าสู่ตัวเมืองแปดริ้ว เพื่อขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชน กรณีถูกผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งระบุตัวตนว่าเป็นพระภิกษุสงฆ์ จำวัดอยู่ในพื้นที่อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม ส่งข้อความและแสดงความคิดเห็นคุกคามทางเพศด้วยถ้อยคำลามกอนาจารอย่างรุนแรง ทำให้ตนเองรู้สึกไม่ปลอดภัยและมองว่าเป็นพฤติกรรมที่เสื่อมเสียต่อสมณเพศอย่างมาก จึงต้องการนำหลักฐานทั้งหมดเข้าร้องเรียนต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อประสานไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมหาสารคาม ให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการสึกพระรูปดังกล่าวออกจากการเป็นพระภิกษุสงฆ์
น.ส.นา เปิดเผยรายละเอียดเหตุการณ์ว่า เหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากที่ตนได้โพสต์วิดีโอผ่านระบบสตอรี่บนเฟซบุ๊กส่วนตัวตามปกติ ต่อมาได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กเข้ามาพิมพ์แสดงความคิดเห็นเป็นภาษาอีสานในลักษณะเชิงชู้สาวและคุกคามทางเพศว่า "มีแฮงนอนนำกันกะมีแฮงจ้าคุณแม่" (แปลว่า นอนด้วยกันแล้วมันฟินดีนะ) ซึ่งในตอนแรกตนไม่ทราบว่าบัญชีดังกล่าวเป็นพระภิกษุ จึงกดเข้าไปส่องดูโปรไฟล์ ก่อนจะผงะเพราะพบว่ารูปโปรไฟล์เป็นพระสงฆ์ที่มีอายุมากแล้ว ตนรู้สึกโมโหและไม่พอใจอย่างมากจึงได้พิมพ์ข้อความตอบโต้กลับไป ทว่าผู้ใช้บัญชีพระดังกล่าวกลับพิมพ์ข้อความตอบกลับด้วยถ้อยคำหยาบคายและลามกอนาจารอย่างรุนแรง เช่น "มึงอยากมีความสุขมิใช่รึ กูอยาก... อยาก...มึง อยากตอก...มึง อยาก...ข้างหลังมึง ...มึงคงจะมันดี" ตนรู้สึกโมโหและตกใจจึงรีบบันทึกภาพหน้าจอ (แคปหน้าจอ) ไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่ฝั่งพระจะรีบลบข้อความดังกล่าวออกไปในภายหลัง
จากการสืบค้นข้อมูลเบื้องต้นของ น.ส.นา พบว่า พระภิกษุที่ปรากฏในบัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นพระชรา จำวัดอยู่ที่วัดป่าสิริสุ้มธาราม (หรือวัดทุ่ง) ในพื้นที่หมู่ 20 ตำบลเสือโก้ก อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ตนได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ท่าตะเกียบ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้รับแจ้งความเนื่องจากไม่มีบุคคลที่สามเข้าข่ายความผิดซึ่งหน้า ทำได้เพียงลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าเรื่องนี้เป็นการคุกคามทางเพศ และผู้ก่อเหตุเป็นถึงพระภิกษุสงฆ์ จึงต้องการดำเนินการให้ขาดจากการเป็นพระ ไม่ต้องการให้หลวงตารูปนี้ไปก่อเหตุคุกคามหญิงสาวคนอื่นอีก แต่เนื่องจากระยะทางห่างไกลตนไม่สะดวกเดินทางไปจังหวัดมหาสารคามด้วยตนเอง และเกรงว่าเรื่องจะเงียบหายไป จึงตัดสินใจเดินทางร้องสื่อมวลชนเพื่อพาเข้ายื่นเรื่องต่อสำนักงานพระพุทธศาสนา
นอกจากนี้ น.ส.นา ยังได้นำหลักฐานเพิ่มเติมมาแสดงต่อสื่อมวลชน โดยพบว่ามีหญิงสาวและประชาชนรายอื่นถูกบัญชีเฟซบุ๊กของหลวงตารายนี้ทักหาในลักษณะคุกคามทางเพศเช่นเดียวกัน โดยมีผู้เสียหายรายหนึ่งระบุว่า ถูกหลวงตาทักข้อความหา ก่อนจะเปิดวิดีโอคอลแล้วสำเร็จความใคร่ให้ดู จนผู้เสียหายต้องแคปภาพไว้ประจานในหน้ากระทู้ของพระว่า "เป็นพระอะไรมา....แบบนี้หรอคะ" รวมถึงบัญชีเฟซบุ๊กที่อัดวิดีโอประจานหลังหลวงตาทักหาภรรยาด้วยข้อความลามกเช่นกัน น.ส.นา ยืนยันว่า ตนเป็นคนเข้าวัดทำบุญอยู่เป็นประจำ ไม่ได้ต้องการดิสเครดิตศาสนาพุทธ แต่หากพบพระที่มีพฤติกรรมเป็นมารศาสนาก็ควรต้องตรวจสอบและจัดการให้หมดไป เพื่อปกป้องความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้พา น.ส.นา เดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเข้าพบ นายนรนาถ การะนนท์ นักวิชาการศาสนาชำนาญการพิเศษ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการประสานสายตรงไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมหาสารคาม เพื่อส่งมอบเอกสารและพยานหลักฐานแชตทั้งหมด ให้ทาง พศ. มหาสารคาม และเจ้าคณะผู้ปกครองในพื้นที่ อ.วาปีปทุม ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามระเบียบวินัยสงฆ์และข้อกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
