- 29 ต.ค. 2569
สมาคม อบต.ฯ จี้รัฐบาลอัดงบกลางฟื้นฟูภัยพิบัติทั่วประเทศ ปรับปรุงระบบบริหารงานบุคคลและการจัดสรรงบประมาณท้องถิ่นให้เหมาะสมกับภารกิจ ลดตำแหน่งซ้ำซ้อน เพิ่มงบลงทุน
สมาคม อบต.ฯ ยื่น 2 หนังสือถึง สถ. จี้รัฐบาลอัดงบกลางฟื้นฟูภัยพิบัติทั่วประเทศ เสนอปฏิรูปบุคลากร ลดตำแหน่งซ้ำซ้อน เพิ่มงบลงทุน
วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย นำโดย ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคมฯ พร้อมด้วย คณะกรรมการสมาคมฯ ประกอบไปด้วย นายชัยรัตน์ ทองใบ เลขาธิการสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย นายอัครนันท์ ปัญญาเจริญโรจน์ อุปนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทยนายจรรยา ตัดสายชล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาเคียน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช นายคุณพจน์ แพรดำ ผู้อำนวยการสำนักงานสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทยได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) โดยมีนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รับหนังสือ เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ทั้งการขอสนับสนุนงบกลางเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยพิบัติ และการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น เพื่อลดภาระงบประมาณและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
ดร.วิระศักดิ์กล่าวว่า หนังสือฉบับแรกเรื่อง ขอความอนุเคราะห์สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบกลาง เพื่อซ่อมแซมและก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ระบุว่า สมาคมฯ ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากองค์การบริหารส่วนตำบลสมาชิกทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ส่งผลให้ถนน สะพาน ตลิ่ง เขื่อนกันดิน และระบบประปาได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในการดำรงชีวิตประจำวัน ขณะที่ อบต. หลายแห่งมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและกฎหมาย ทำให้ไม่สามารถเร่งฟื้นฟูพื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
สมาคมฯ จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาสนับสนุนงบกลางกรณีฉุกเฉิน เพื่อจัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ประสบภัยพิบัติทั่วประเทศเป็นการเร่งด่วน สำหรับใช้ซ่อมแซมและก่อสร้างสิ่งสาธารณประโยชน์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยเร็ว
ส่วนหนังสือฉบับที่สอง เรื่องปัญหาและข้อเสนอแนะแนวทางการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น เสนอต่อประธานคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบล โดยสะท้อนข้อจำกัดของระบบบริหารงานบุคคลและงบประมาณที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการจัดบริการสาธารณะ พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูป 4 ประเด็น ได้แก่ ปรับกรอบอัตรากำลังให้สอดคล้องกับภารกิจและปริมาณงานจริง เปิดโอกาสให้ข้าราชการสายวิชาการเข้าสู่ตำแหน่งบริหารได้โดยตรง กำหนดค่าตอบแทนพิเศษตามภาระงาน และกำหนดหลักเกณฑ์คำนวณค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังเสนอให้กำหนดงบลงทุนขั้นต่ำไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี และผลักดันสู่ร้อยละ 20 เพื่อเพิ่มงบประมาณสำหรับพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารงาน และทำให้ท้องถิ่นมีงบประมาณเพียงพอสำหรับยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
ซึ่งการยื่นหนังสือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสะท้อนปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค ขณะที่ อบต. หลายแห่งมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ จึงจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน การปรับปรุงระบบบริหารงานบุคคลและการจัดสรรงบประมาณท้องถิ่นให้เหมาะสมกับภารกิจ จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประจำ เปิดโอกาสให้บุคลากรเติบโตตามความสามารถ และเพิ่มงบประมาณสำหรับพัฒนาพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ขอบคุณภาพและที่มาจาก : กำพล วงศ์สุทธา รายงาน
