- 30 ต.ค. 2569
มวลน้ำท่วมขังนานนับเดือนใน ต.บางกระเจ็ด จ.ฉะเชิงเทรา กลายเป็น น้ำเน่าสีดำข้น ชาวบ้านผวาสัมผัสแล้ว ระคายเคืองผิวหนัง ขาดแคลนน้ำใช้อาบ ไร้ประปาใช้
ชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลบางกระเจ็ด อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนติดกับอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี กำลังเผชิญกับความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังมวลน้ำท่วมขัง แช่อยู่ในพื้นที่มานานกว่า 1 เดือน ปัจจุบันน้ำได้เปลี่ยนสภาพกลายเป็น น้ำสีดำข้น ส่งกลิ่นเน่าเสีย และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยชาวบ้านต่างหวาดผวาว่าอาจเป็น น้ำพิษจากกากอุตสาหกรรม หรือขยะพิษที่ไหลมาจากแหล่งต้นน้ำในจังหวัดปราจีนบุรี
นายประสิทธิ์ ลบยุทธ อายุ 73 ปี ชาวบ้านหมู่ 4 ต.บางกระเจ็ด เปิดเผยเมื่อวันที่ 30 ต.ค. 69 เวลา 13.30 น. ว่า ขณะนี้ ระบบประปาหมู่บ้าน จมอยู่ใต้น้ำสีดำสนิท ทำให้ไม่มีน้ำสำหรับอุปโภคและใช้อาบ ชาวบ้านไม่กล้าสัมผัสหรือต่อท่อนำน้ำขึ้นมาใช้ เนื่องจากเมื่อถูกผิวหนังจะเกิด อาการคันระคายเคือง อย่างเห็นได้ชัด จนต้องซื้อน้ำขวดถังใหญ่มาใช้อาบและชำระล้างแทน
สำหรับสถานการณ์ น้ำท่วมฉะเชิงเทรา ในจุดนี้ แม้ระดับน้ำจะลดลงจากช่วงที่เคยสูงเกือบ 2 เมตร แต่ยังมีน้ำจาก แม่น้ำบางปะกง ดันสูงและไหลเข้ามาเติมอยู่เป็นระยะ คาดว่าอีก 20 วันก็อาจยังไม่แห้ง และไม่สามารถสูบระบายน้ำออกจากบริเวณบ้านได้ เนื่องจากพื้นที่ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ที่อยู่ติดกันยังคงมีน้ำท่วมสูงเต็มพื้นที่ นอกจากนี้ชาวบ้านยังไม่สามารถประกอบอาชีพ ปลูกผักขายได้ ส่วน เงินเยียวยาน้ำท่วม จากรัฐบาล นายประสิทธิ์ระบุว่ายังไม่ได้ตรวจสอบเพราะไม่มีโทรศัพท์มือถือและยังไม่ได้ไปธนาคาร แต่เพื่อนบ้านที่ไปลงทะเบียนพร้อมกันช่วงต้นเดือน ต.ค. 69 ได้รับเงินแล้ว
ด้าน นางสมพร ศิริสวัสดิ์ อายุ 67 ปี ชาวบ้านในพื้นที่สูงกว่า เล่าว่า น้ำที่เคยท่วมระดับหัวเข่าในบ้านเริ่มแห้งลงเมื่อประมาณ 10 วันก่อน แต่ทิ้งคราบขี้เลนไว้จำนวนมากและยังเหลือ น้ำสีดำข้น แฉะอยู่รอบบ้าน ในช่วงก่อนน้ำแห้ง น้ำเน่าเสีย มีความเข้มข้นมากจนกัดผิวหนัง เกิดรอยคันบวมแดง กัดเข้าไปในเนื้อใต้ฝ่าเท้าและง่ามนิ้ว แต่ได้รับการทายาบริจาคจาก อบต. ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนจนอาการเริ่มทุเลาลง
นางสมพร ยังระบุอีกว่า ปีนี้ถือว่า น้ำท่วมหนักมากกว่าทุกครั้ง เนื่องจากเขื่อนเต็มจนต้องปล่อยน้ำลงมาพร้อมกัน ส่งผลให้กระแสน้ำไหลเชี่ยวบ่าข้ามถนนจนกุ้งและปลาลอยขึ้นมาบนถนน มีลักษณะคล้ายน้ำตก แต่น้ำที่ไหลผ่านกลับกลายเป็น น้ำตกสีดำ หรือสีเหลืองปนดำที่ไม่ใสสะอาด สร้างความสะเทือนใจและความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก
