- 30 ต.ค. 2569
บัณฑิตสาววัย 25 ปี เพิ่งเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร คณะครุศาสตร์ ขับรถเก๋งเดินทางกลับบ้าน ประสบอุบัติเหตุชนกับรถกระบะบริเวณจุดกลับ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 ตุลาคม 2569 ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 1669 จังหวัดอุดรธานี รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ บริเวณจุดกลับรถบนถนนอุดรธานี-หนองคาย หน้าศูนย์จำหน่ายรถจักรกลเมโทร ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพและกู้ภัยเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ 4 ประตู ทะเบียนจังหวัดอุดรธานี จอดอยู่บริเวณช่องทางจราจร สภาพด้านหน้าฝั่งซ้ายพังเสียหาย ส่วนห่างออกไปประมาณ 50 เมตร พบรถเก๋งสีขาว ทะเบียนจังหวัดอุดรธานี สภาพพังเสียหายเกือบทั้งคัน โดยถุงลมนิรภัยด้านหน้าทำงานทั้งหมด
เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บซึ่งติดอยู่ภายในรถเก๋ง ก่อนนำตัวออกมาส่งต่อให้ทีมกู้ชีพองค์การบริหารส่วนตำบลสามพร้าว นำส่งโรงพยาบาลอุดรธานีเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน
นายกล้าณรงค์ รอดเพชร เจ้าหน้าที่กู้ชีพมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งเหตุมีผู้ติดอยู่ภายในรถ จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบและให้การช่วยเหลือทันที เมื่อไปถึงพบผู้บาดเจ็บเป็นหญิง ขณะให้การช่วยเหลือยังรู้สึกตัว แต่มีอาการสะลึมสะลือและมีเลือดออกบริเวณใบหน้า อีกทั้งคาดว่าอาจได้รับบาดเจ็บบริเวณต้นคอ จึงเร่งนำตัวส่งให้ทีมกู้ชีพนำส่งโรงพยาบาล ส่วนคนขับรถกระบะคู่กรณีไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่มีอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ต่อมาทราบชื่อผู้บาดเจ็บจากเอกสารภายในรถ คือ น.ส.อารียา อายุ 25 ปี ชาวตำบลนาข่า อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี นอกจากนี้ ยังพบบัตรประจำตัวผู้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร คณะครุศาสตร์ ตกอยู่ภายในรถ จึงคาดว่าเจ้าตัวเพิ่งเข้าร่วมพิธีรับพระราชทานปริญญาบัตร และกำลังเดินทางกลับบ้าน
ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 29-30 ตุลาคม 2569 เป็นช่วงที่มีพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยราชภัฏหลายแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ทำให้มีบัณฑิตและครอบครัวเดินทางเข้า-ออกพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ เพื่อร่วมพิธีและเดินทางกลับภูมิลำเนา
สอบถาม น.ส.สุนิสา อายุ 43 ปี ครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นคนขับรถกระบะคู่กรณี ให้ข้อมูลว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังขับรถออกจากบ้านเพื่อเดินทางไปโรงเรียน โดยใช้ช่องทางจราจรเลนที่ 2 ส่วนรถเก๋งคู่กรณีขับอยู่เลนที่ 3 ก่อนจะเลี้ยวตัดหน้าอย่างกะทันหัน ทำให้รถของตนพุ่งชนรถเก๋งเข้าอย่างจัง ส่งผลให้รถเก๋งกระเด็นไปชนต้นไม้ ก่อนหยุดอยู่บริเวณจุดกลับรถ
น.ส.สุนิสา กล่าวเพิ่มเติมว่า จุดเกิดเหตุเป็นถนนขนาด 6 ช่องจราจร แบ่งเป็นฝั่งขาขึ้นและขาล่อง สภาพพื้นผิวถนนเรียบและไม่มีสิ่งกีดขวาง อย่างไรก็ตาม รถที่สัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวส่วนใหญ่มักใช้ความเร็ว
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุและเตรียมลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน พร้อมเรียกคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้าสอบปากคำเพิ่มเติม รวมถึงตรวจสอบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปข้อเท็จจริงและหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป
