สะแกกรัง วิกฤต! น้ำแห้งสันดอนทรายโผล่ 300 ม. แพ 100 ปีเกยตื้น

วิกฤต สะแกกรัง! เพิ่งผ่านน้ำท่วม 1 เดือน ระดับน้ำดิ่งฮวบจนสันดอนทรายโผล่ 300 เมตร ทำแพวัดอุโปสถาราม อุทัยธานี อายุเกือบ 100 ปี และแพชาวบ้านเกยโคลนเสียหายหนัก ชักลากไม่ทัน คาดเขื่อนเจ้าพระยาปรับลดระบายน้ำ

อุทัยธานี (3 พฤศจิกายน 2569) - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ได้ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำสะแกกรัง บริเวณหน้าวัดอุโปสถาราม (วัดโบสถ์) ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับตลาดสดเทศบาล 2 พบว่าขณะนี้แม่น้ำสะแกกรังกำลังประสบปัญหาวิกฤตการณ์น้ำแห้งขอดอย่างหนัก ระดับน้ำลดต่ำลงอย่างรวดเร็วผิดปกติจนส่งผลให้แพขนานยนต์และแพไม้โบราณของวัดเก่าแก่อายุเกือบ 100 ปี ซึ่งทางวัดอนุรักษ์ไว้ใช้ในประเพณีสำคัญ อาทิ งานลอยกระทง และพิธีบวชนาคบนแพ ได้เกิดการเกยตื้นติดสันดอนทรายและดินโคลนอย่างหนัก ไม่เพียงเท่านั้น เรือนแพอยู่อาศัยของชาวบ้านอีกเกือบ 10 หลังที่สร้างปลูกติดกัน ก็ประสบปัญหาแพเกยตื้นในลักษณะเดียวกัน

 

จากการสอบถามพระลูกวัดอุโปสถาราม เปิดเผยว่า อยู่ดีๆ ระดับน้ำในแม่น้ำสะแกกรังได้ลดระดับลงอย่างรวดเร็วติดต่อกัน 2 วันเต็ม จนทางวัดและชาวเรือแพไม่สามารถเตรียมตัวชักลากจูงแพให้ออกไปลอยตัวอยู่กลางแม่น้ำได้ทัน ส่งผลให้เกิดสันดอนทรายและดินโคลนโผล่ขึ้นมาเป็นแนวยาวกว่า 300 เมตร บริเวณหน้าวัดและพื้นที่ใกล้เคียง การเกยตื้นครั้งนี้ส่งผลให้โครงสร้างแพของวัดและชาวบ้านได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะ "ลูกบวบ" ไม้ไผ่ที่เป็นตัวช่วยให้แพลอยน้ำเกิดการแตกหักและบิดเบี้ยว หากระดับน้ำหนุนสูงขึ้นมาในอนาคต จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเปลี่ยนลูกบวบใหม่ทั้งหมดทันที เพราะไม่งั้นแพจะเสียศูนย์และจมน้ำได้ นอกจากนี้ บริเวณท่าน้ำของวัดยังปรากฏร่องรอยซากแพที่ถูกน้ำลดเกยตื้นจนลากจูงไม่ทันพังเสียหายคาตา ขณะที่วิถีชีวิตของชาวแพที่ปกติจะใช้เรือพายสัญจรไปข้ามฟากซื้อของที่ตลาดสดเทศบาล 2 ต้องหยุดใช้เรือโดยสิ้นเชิง เนื่องจากมีสันดอนทรายขวางกั้นเส้นทางเรือพาย

 

สะแกกรังวิกฤต! น้ำแห้งสันดอนทรายโผล่ 300 ม. แพ 100 ปีเกยตื้น

สะแกกรังวิกฤต! น้ำแห้งสันดอนทรายโผล่ 300 ม. แพ 100 ปีเกยตื้น

สำหรับสาเหตุของการลดลงของน้ำอย่างรวดเร็วครั้งนี้ คาดว่ามาจากการปรับลดปริมาณการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา โดยข้อมูลจากกรมชลประทานระบุว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สถานี C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ มีอัตราน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 826 ลบ.ม.ต่อวินาที และมีการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท อยู่ที่ 700 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งการชะลอและปรับการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาดังกล่าว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแม่น้ำสะแกกรังซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาทางตอนเหนือเขื่อน ทำให้ระดับน้ำไหลเอ่อลดลงตามไปด้วยอย่างรวดเร็ว สร้างความฉงนสงสัยและความวิตกกังวลให้แก่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากเพิ่งจะผ่านพ้นสถานการณ์น้ำเอ่อล้นท่วมวัดและชุมชนริมน้ำมาได้เพียง 1 เดือนเต็ม ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 แต่พอเข้าสู่ต้นเดือนพฤศจิกายน ระดับน้ำกลับแห้งขอดจนเห็นสันดอนทรายอย่างน่าใจหาย โดยทางวัดและชาวบ้านทำได้เพียงเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นหากระดับน้ำยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง

 

สะแกกรังวิกฤต! น้ำแห้งสันดอนทรายโผล่ 300 ม. แพ 100 ปีเกยตื้น

สะแกกรังวิกฤต! น้ำแห้งสันดอนทรายโผล่ 300 ม. แพ 100 ปีเกยตื้น