- 03 พ.ย. 2569
ผวาคราบน้ำมันสีดำเกยหาดศรีราชา! คลื่นลมพัดแตกตัวกระจายท่วมผิวน้ำหน้า รร.ดาราสมุทร ชาวประมงหวั่นกระทบแพเลี้ยงหอยและสัตว์น้ำชายฝั่งเสียหาย จี้หน่วยงานเร่งตรวจสอบหาตัวการและขจัดคราบน้ำมันด่วน
ชลบุรี (3 พฤศจิกายน 2569) - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณชายหาดศรีราชา (ช่วงสะพานสั้น) บริเวณฝั่งตรงข้ามโรงเรียนดาราสมุทร ตำบลศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี หลังได้รับแจ้งเหตุและข้อร้องเรียนจากกลุ่มชาวบ้านและชาวประมงในพื้นที่ว่า พบคราบน้ำมันสีดำปริศนาไม่ทราบแหล่งที่มา ถูกคลื่นพัดลอยเข้ามาเกยบริเวณชายหาดเป็นจำนวนมาก จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของสื่อมวลชน พบคราบน้ำมันลักษณะเป็นสีดำหนาแน่นลอยฟองอยู่บนผิวน้ำทะเล บางส่วนเริ่มแตกตัวและกระจายออกไปตามทิศทางของกระแสลมและกระแสน้ำ ขณะเดียวกันบริเวณชายหาดยังพบขยะพลาสติก ขวดน้ำ และเศษสิ่งของลอยมาติดชายฝั่ง โดยมีคราบน้ำมันสีดำเหนียวเกาะติดเป็นคราบหนาจนเห็นได้ชัด
จากการสอบถาม นายภูริวัฒน์ อายุ 45 ปี ชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ เปิดเผยด้วยความกังวลว่า คราบน้ำมันดังกล่าวเริ่มปรากฏให้เห็นตั้งแต่ช่วงเมื่อวานที่ผ่านมา (2 พฤศจิกายน) โดยในช่วงแรกคราบน้ำมันยังมีลักษณะจับตัวเป็นแพแผ่นหนาสีดำลอยเข้ามาติดริมชายหาด กระทั่งมาถึงวันนี้ระดับน้ำทะเลเกิดการหนุนสูงขึ้น ประกอบกับมีกระแสลมพัดแรงในทะเล จึงส่งผลให้คราบน้ำมันแตกตัวและกระจายตัวออกไปเป็นวงกว้างเข้าสู่พื้นที่น้ำลึกและชายฝั่งใกล้เคียง
นายภูริวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า เหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลหรือลอยเกยหาดในครั้งนี้ สร้างความหวาดผวาและความวิตกกังวลให้กับกลุ่มประมงชายฝั่งเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำในบริเวณน้ำตื้น ตลอดจนแพเลี้ยงหอยของชาวบ้านที่ตั้งอยู่กลางทะเล โดยเฉพาะในช่วงเวลาน้ำลด คราบน้ำมันสีดำเหล่านี้อาจจะลอยไปเกาะติดกับหนวดหอยและเชือกเลี้ยงหอย ทำให้หอยขาดอากาศหายใจและทยอยตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลเสียต่ออาชีพและรายได้ของชาวประมงพื้นบ้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ กลุ่มชาวประมงจึงขอเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี รวมถึงเทศบาลเมืองศรีราชา ให้เร่งส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ นำเรือออกเก็บกู้กำจัดคราบน้ำมัน พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำทะเลและคราบน้ำมันไปตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาตัวการต้นตอผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบนิเวศทางทะเลและวิถีชีวิตของชุมชนต่อไป
