- 04 พ.ย. 2569
รวบหนุ่มวัย 24 ปี ใช้ AI ช่วยสร้างคำทำนาย แอบอ้างเป็นหมอดูใจดี รับดูดวงฟรีผ่านเฟซบุ๊ก ก่อนหลอกเหยื่อทำพิธีกดเงินสดและขอรหัส OTP
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 พ.ต.อ.ภูมิสิทธิ์ ตั้งวิทย์เดชา ผกก.สภ.บางศรีเมือง พร้อมด้วย พ.ต.ท.สมพร โพธิ์ศรี สว.สส. และ ร.ต.อ.ปองพล จันทรปรางกูร รอง สว.สส. สภ.บางศรีเมือง นำกำลังชุดสืบสวนเข้าจับกุม นายวิศวกร อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ น.769/2569 ลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ในข้อหา "ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น" พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นสร้อยข้อมือทองปลอม ตั๋วจำนำ กุญแจรถ โทรศัพท์มือถือ และตู้เซฟ
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 นางดวงสมร ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมือง หลังถูกมิจฉาชีพหลอกลวงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเริ่มจากพบโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊กซึ่งมีบัญชีเฟซบุ๊กเข้ามาคอมเมนต์พร้อมแนบคิวอาร์โค้ดไลน์ แนะนำให้ติดต่อหมอดูใจดี ดูแม่น และไม่คิดค่าใช้จ่าย
เมื่อผู้เสียหายสแกนคิวอาร์โค้ดเพิ่มเพื่อนในแอปพลิเคชันไลน์ ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 03.00 น. คนร้ายได้โทรศัพท์ติดต่อมาเพื่อทำพิธีกรรมดูดวง ก่อนใช้อุบายหลอกให้ผู้เสียหายทำรายการถอนเงินสดแบบไม่ใช้บัตร พร้อมขอรหัส OTP จนเงินในบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ถูกถอนออกไป 2 ครั้ง ครั้งละ 25,000 บาท รวม 50,000 บาท
จากนั้นคนร้ายยังอ้างว่าจะช่วยติดตามเงินคืนให้ ก่อนหลอกให้ผู้เสียหายสแกนคิวอาร์โค้ดผ่านแอปพลิเคชันธนาคารกสิกรไทยอีกครั้ง ส่งผลให้ถูกถอนเงินไปเพิ่มอีก 30,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 80,000 บาท เหตุเกิดภายในบ้านพักในพื้นที่ ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี
ภายหลังรับแจ้งความ ชุดสืบสวนได้เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและภาพจากกล้องวงจรปิด จนพบเบาะแสสำคัญว่าคนร้ายไปกดเงินสดที่ตู้ ATM ธนาคารไทยพาณิชย์ บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่จึงนำภาพใบหน้าจากกล้องวงจรปิดไปตรวจสอบเปรียบเทียบกับข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์และการลงทะเบียนซิมการ์ด จนทราบตัวผู้ก่อเหตุคือ นายวิศวกร ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับและติดตามจับกุมได้ในที่สุด
จากการสอบสวน นายวิศวกรให้การรับสารภาพว่า ได้นำคิวอาร์โค้ดและข้อมูลหมอดูจากกลุ่มไลน์มาแอบอ้าง โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ช่วยสร้างคำทำนายและตอบคำถามผู้เสียหาย เมื่อเหยื่อหลงเชื่อก็จะหลอกเรียกเงินในลักษณะค่าครูและค่าทำพิธีกรรม ตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักล้านบาท
ส่วนเงินที่ได้มาจะนำไปใช้จ่ายส่วนตัว ใช้หนี้สิน และเป็นค่าใช้จ่ายในการประกันตัวพ่อและพี่ชาย นอกจากนี้ยังนำไปเล่นการพนัน ทั้งพนันมวยผ่านเว็บไซต์ บาคาร่า การแทงมวยตามสนามจริง รวมถึงการพนันชนไก่ โดยเจ้าตัวอ้างว่าเคยเล่นเสียเงินสูงสุดถึง 600,000 บาทต่อคู่ ปัจจุบันแทบไม่เหลือทรัพย์สินใด ๆ นอกจากรถยนต์ที่รับจำนองไว้เพียงคันเดียว
ด้าน พ.ต.ท.สมพร โพธิ์ศรี สว.สส. สภ.บางศรีเมือง เปิดเผยว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ โดยแอบอ้างรับดูดวงและใช้ AI ช่วยในการพูดคุยกับเหยื่อ ซึ่งกรณีล่าสุดมีผู้เสียหายถูกหลอกสูญเงิน 80,000 บาท โดยผู้เสียหายจะเป็นฝ่ายติดต่อเข้ามาทางไลน์ ก่อนถูกหลอกให้ไปทำรายการถอนเงินสดผ่านตู้ ATM และแจ้งข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการถอนเงินให้คนร้าย
นอกจากนี้ จากการสอบสวนยังพบว่า ผู้ต้องหาเคยหลอกผู้เสียหายรายหนึ่งในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์หรือจังหวัดนครราชสีมา ได้เงินไปเกือบ 2 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นยอดความเสียหายสูงที่สุดจากเหยื่อรายเดียว
ผู้ต้องหายังให้ข้อมูลว่า เงินที่ได้มาส่วนหนึ่งนำไปใช้หนี้และประกันตัวพ่อกับพี่ชาย ส่วนที่เหลือนำไปเล่นพนันมวยผ่านเว็บไซต์ โดยวางเดิมพันครั้งละประมาณ 10,000-20,000 บาท และบางคู่สูงถึง 80,000-100,000 บาท รวมถึงเดินทางไปเล่นพนันตามสนามมวยจริง เช่น เวที อ.ต.ก. และเวทีเมืองปทุม ตลอดจนการพนันชนไก่ ซึ่งเคยเสียเงินมากถึง 600,000 บาทต่อคู่
ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่ได้มีเจตนาจะโกงตั้งแต่แรก โดยบางรายพูดคุยปรึกษากันนาน 2-3 เดือน แต่ช่วงนั้นตนเองมีหนี้สินจึงนำเงินมาใช้หมุนเวียน และตั้งใจว่าจะนำไปลงทุนร่วมกัน แต่สุดท้ายเงินกลับหมดไปกับการใช้จ่ายและการพนันจนไม่เหลือแม้แต่บาทเดียว ปัจจุบันมีเพียงรถยนต์ที่รับจำนองไว้ มูลค่าประมาณ 75,000-80,000 บาทเท่านั้น
ต่อมา นางดวงสมร ผู้เสียหาย ได้เดินทางมายัง สภ.บางศรีเมือง เพื่อเผชิญหน้ากับผู้ต้องหา พร้อมระบายความโกรธแค้นหลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยระบุว่ายังมีผู้เสียหายรายอื่นอีกหลายคน บางรายถึงขั้นต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาให้ แต่กลับถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ระหว่างเผชิญหน้า ผู้เสียหายได้ตะโกนต่อว่าผู้ต้องหาด้วยความโมโหว่า "โอโห! หลอกได้ หลอกดีจังเลยเว้ย ไหนบอกจะคืนเงินไง เอาเงินคืนมาดิ!"
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นหมอดูหรือรับดูดวงผ่านช่องทางออนไลน์ อย่าหลงเชื่อคำชักชวนให้ทำธุรกรรมทางการเงิน ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว รหัสผ่าน หรือรหัส OTP ให้บุคคลอื่นโดยเด็ดขาด ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
