จากเคยขายแค่ 7 พัน วันนี้พุ่งเกือบ 2 หมื่น! ราคาข้าวปีนี้มาแรง

ชาวนาสุรินทร์เฮ ราคาข้าวเปลือกพุ่งสูงทุบสถิติในรอบ 16 ปี​ สร้างรอยยิ้มให้กับกระดูกสันหลังของชาติเป็นอย่างมาก หลังจากที่ต้องเผชิญกับวิกฤตราคาข้าวเปลือกตกต่ำมานาน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 บรรยากาศการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีที่บ้านแก หมู่ 9 ต.หนองขวาว อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ เป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในแปลงนาขนาด 56 ไร่ ของนายปาวริศร์ วงศ์ษา เกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิพันธุ์ 105 และพันธุ์ กข.15 ที่ต่างเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความหวัง หลังราคาข้าวเปลือกในปีนี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความดีใจให้กับชาวนาเป็นอย่างมาก

ภายหลังมีการเปิดเผยข้อมูลราคาข้าวจากกระทรวงพาณิชย์ พบว่าราคาข้าวเปลือกหอมมะลิเกี่ยวสดขณะนี้ขยับขึ้นไปทะลุ 15,000 บาทต่อตัน ส่วนข้าวเปลือกแห้งอยู่ที่ประมาณ 16,000-18,000 บาทต่อตัน ขณะที่ข้าวเปลือกหอมมะลิอินทรีย์เกรดพรีเมียมมีราคาสูงเกือบ 20,000 บาทต่อตัน ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่สูงที่สุดในรอบ 16 ปี ตามข้อมูลที่มีการรายงาน

นายปาวริศร์ วงศ์ษา เกษตรกรผู้ปลูกข้าว กล่าวว่า รู้สึกดีใจอย่างมากที่ปีนี้ราคาข้าวเปลือกดีกว่าทุกปีที่ผ่านมา เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมาราคาข้าวอยู่ที่ประมาณ 7,000-8,000 บาทต่อตัน ซึ่งแทบไม่คุ้มกับต้นทุนค่าปุ๋ยและค่ายา แต่ปีนี้ราคาปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ชาวนามีกำลังใจในการประกอบอาชีพและเดินหน้าทำนาต่อไป

สำหรับปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาข้าวไทยปรับตัวสูงขึ้นในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งมาจากภาวะภัยแล้งในหลายประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตข้าวในตลาดโลก ประกอบกับประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลกอย่างอินเดียมีมาตรการจำกัดการส่งออกข้าว เพื่อรักษาความมั่นคงทางอาหารภายในประเทศ ส่งผลให้ประเทศคู่ค้าต่างชาติ โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศในภูมิภาคแอฟริกา หันมาสั่งซื้อข้าวจากประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์และกรมการข้าวได้แจ้งเตือนเกษตรกรให้ใส่ใจเรื่องคุณภาพผลผลิต โดยเฉพาะการควบคุมความชื้นของข้าวเปลือก เพื่อให้ได้มาตรฐานและสามารถจำหน่ายในราคาที่เหมาะสม พร้อมติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ แนวโน้มราคาข้าวไทยยังมีโอกาสทรงตัวอยู่ในระดับดีต่อเนื่องอีกระยะหนึ่ง ท่ามกลางความหวังของชาวนาที่ต้องการเห็นราคาข้าวอยู่ในระดับที่คุ้มค่ากับต้นทุนการผลิต และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน