หมายจับมาแน่! ผบช.ก.ระบุไม่เกิน 2 วัน จะมีความชัดเจนเรื่องหมายเรียกหรือหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการโอนถ่าย เงิน "มูลนิธิองค์กรทำดี" แบบไม่ถูกต้อง

4 พ.ย.69 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาสัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการดำเนินกิจการของ มูลนิธิองค์กรทำดี ที่มี น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ บุ๋ม ปนัดดา และ ก๊อต อธิป สามี เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ โดยยืนยันว่าขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังเร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดรอบด้าน
 

สำหรับการพิจารณาออกหมายเรียกหรือหมายจับ น.ส.ปนัดดา พร้อม ก๊อต อธิป สามีและผู้เกี่ยวข้องนั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างถี่ถ้วน

 

โดยขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอีกราว 1–2 วัน เพื่อจัดประชุมสรุปความพร้อมของสำนวนคดี ทั้งนี้ ทุกอย่างต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน หากพบว่ากรรมการมูลนิธิหรือบุคคลใดมีส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิด ก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างแน่นอน

ไม่เกิน 2 วัน จ่อหมายเรียก-หมายจับ บุ๋ม ปนัดดา-ก๊อต ผู้เกี่ยวข้อง

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวเรื่องเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปถึงข้าราชการทหารเรือนั้น จากการตรวจสอบเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ขอยืนยันว่าไม่มีนายทหารเรือเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ขณะที่กรณีของคุณหนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ที่เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่เมื่อวานนี้นั้น เป็นการเข้ามาให้ข้อมูล ให้ความเห็น และให้ความร่วมมือกับทางพนักงานสอบสวนเท่านั้น ซึ่งเป็นอย่างเรียบร้อยดี

การตรวจสอบมูลนิธิฯ ที่ทาง บก.ปอศ.ได้วางแนวทางในการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องไว้ใน 3 ข้อหาหลัก ได้แก่ ฉ้อโกงประชาชน, ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฟอกเงิน ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อดูว่าพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดใดบ้าง โดยเฉพาะเรื่องการชวนเชื่อให้โอนเงินบริจาคแล้วนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ และการแปลงสภาพทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด

สำหรับ ก็อต อธิป สามีของบุ๋ม ปนัดดา ช่างเอ๋ ซึ่งถูก บุ๋ม ปนัดดา แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง แต่ทาง ปอศ. กันไว้เป็นพยาน จนเกิดข้อสงสัยว่าจะเข้าข่ายเป็นการแจ้งความเท็จหรือไม่นั้น ทาง ผบช.ก. ระบุว่า ไม่อยากให้นำสองเรื่องมาปะปนกัน เนื่องจากคดีฉ้อโกงเป็นเรื่องที่ผู้เสียหายมาร้องทุกข์กล่าวโทษเองซึ่งทางกองปราบจะเป็นผู้ทำคดี ส่วน บก.ปอศ. จะดำเนินการในส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับมุลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งทั้งกองปราบและ ปอศ. ต้องรวบรวมหลักฐานร่วมกันจนสมบูรณ์ก่อน จึงจะสรุปได้ว่าใครมีความผิดบ้าง

ส่วนกรณีที่มีการทำธุรกรรมทางการเงินในนามมูลนิธิโดยไม่มีกรรมการคนอื่นรับรู้ เจ้าหน้าที่จะยึดพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และเส้นทางการเงินเชิงประจักษ์เป็นหลักในการพิสูจน์ความจริง เพราะหลักฐานทางบัญชีจะระบุความจริงทั้งหมด 

ส่วนกรณีที่สื่อมวลชนเคยเสนอข่าวเรื่องแผนประทุษกรรมว่าคล้ายถูกแก๊งสแกมเมอร์หลอกลวงนั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดเชิงลึก และสาเหตุที่ตำรวจเลือกเชิญกลุ่มคนมีชื่อเสียงหรือดารานักแสดงมาสอบปากคำก่อน เนื่องจากเป็นคดีขนาดใหญ่ จึงจำเป็นต้องเริ่มติดตามสืบหาเส้นทางการเงินจากกลุ่มผู้บริจาครายใหญ่เป็นหลักก่อน เพื่อความรวดเร็วในการรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนจะทยอยขยายผลไปยังส่วนอื่นๆ ต่อไป