ของบริจาคกองพะเนินเต็มพื้นที่ 20 ไร่ ชาวบ้านวอนบุ๋มอย่าปล่อยให้เสียเปล่า?

"ของบริจาคมูลนิธิองค์ทำดี" ชาวบ้านบ่นเสียดายของที่นำมากองไว้เหมือนขยะภายในพื้นที่ 20 ไร่ของบุ๋มปนัดดาและก๊อตอธิป วอนอยากให้นำไปแจกจ่ายก่อนของเสียหายกว่าเดิม

"ของบริจาคมูลนิธิองค์ทำดี" เสียดายแทนคนรอรับ น้ำดื่ม-อาหาร-ผ้าห่มกองเต็มโกดัง ตากแดดตากฝนจนชาวบ้านทนไม่ไหว?

ของบริจาคกองพะเนินเต็มพื้นที่ 20 ไร่ ชาวบ้านวอนบุ๋มอย่าปล่อยให้เสียเปล่า

ปทุมธานี ชาวบ้านบ่นเสียดายของที่นำมากองไว้เหมือนขยะภายในพื้นที่ 20 ไร่ของ บุ๋มปนัดดาและก๊อตอธิป วอนอยากให้นำไปแจกจ่ายก่อนของเสียหายกว่าเดิม


จากกรณีพบที่ดินผุดขึ้นใหม่ของ “บุ๋ม“ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี ที่ซื้อเอาไว้กับสามี “ก๊อต”อธิป อนันทวรรณ จำนวน 20 ไร่ด้วยกันในพื้นที่ ม.6 ต.บึงกาสาม อ.หนองเสือ  จ.ปทุมธานี ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่บริเวณ ซอยข้างวัดจุฬาจินดามซึ่งภายในซอยยังเป็นถนนลูกรังเข้าไปประมาณ 500 เมตรที่ดินดังกล่าวอยู่ขวามือโดยภายในที่ดินมี บ่อน้ำขนาดใหญ่และ สิ่งปลูกสร้างเช่นโกดังเก็บสินค้าขนาดใหญ่ และมีเต็นท์จำนวนหลายเต็นท์พร้อมของวางกองกับพื้นเป็นจำนวนมากไปมีบ้านน็อคดาวน์จำนวนสองหลังและยังมีบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างยังไม่แล้ว 


ในขณะที่มีการตั้งข้อสังเกตของที่วางเกลื่อนกลาด เต็มพื้นโดย รอบบริเวณพื้นที่มีทั้งเครื่องอุปโภคบริโภคขวดน้ำผ้าห่มและอื่นๆอีกมากมายจนทำให้สงสัยว่าเป็นของบริจาคช่วยน้ำท่วมหรือไม่และการนำมากองเอาไว้แบบนี้เหมือนนำขยะมาทิ้งแบบนี้ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของชาวบ้านหรือไม่

จากการสอบถามนางสายหยุด (ขอสงวนามสกุล)อายุ 62 ปี ชาวบ้านในพื้นที่มีที่ดินติดกับพื้นที่ ม.6 ต.บึงกาสาม อ.หนองเสือ  จ.ปทุมธานีของบุ๋มปนัดดาและก๊อตอธิป กล่าวว่าตนเองรู้สึกหลังพบเห็นสิ่งของจำนวนมากถูกนำมาวางทิ้งไว้บริเวณดังกล่าว ตนรู้สึกเสียดายแทนประชาชน เนื่องจากสิ่งของบางอย่างอาจยังอยู่ในสภาพที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ หากนำไปบริจาคหรือส่งต่อให้ผู้ที่ขาดแคลน น่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าการนำมาวางทิ้งไว้กลางแจ้งจนต้องตากแดดตากฝนเป็นเวลานาน ส่งผลให้สิ่งของหลายชิ้นชำรุดเสียหาย และอาจไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีก ตนเองรู้สึกเห็นใจและสงสารคุณบุ๋มกับกระแสข่าวที่เกิดขึ้น โดยที่ผ่านมาเคยเห็นคุณบุ๋มช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด แต่รู้สึกเสียดายที่มีสิ่งของถูกนำมาสะสมหมักหมมไว้เป็นเวลานาน จนเกิดสภาพดังกล่าว พร้อมมองว่าหากสิ่งของเหล่านั้นยังสามารถใช้งานได้ ก็ควรนำไปส่งต่อให้ผู้ที่ต้องการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด แทนที่จะปล่อยให้เสื่อมสภาพและกลายเป็นของเสียเปล่า

 

ด้านนายวิชัย อายุ 58 ปี ที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่ของปุ๋ม ปนัดดาและก๊อต กล่าวว่าตนเองรู้สึกเสียดายหลังพบเห็นสิ่งของจำนวนมากถูกนำมากองเก็บไว้ภายในโกดัง เนื่องจากสิ่งของเหล่านี้ยังมีมูลค่าและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ หากนำไปแจกจ่ายให้ประชาชนที่ต้องการโดยตรง น่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าการเก็บสะสมไว้เป็นเวลานาน จนสิ่งของอาจเสื่อมสภาพและสูญเสียคุณภาพก่อนถึงมือผู้รับ ซึ่งจากที่ตนเองสังเกตพบเห็นภายในโกดัง มีสิ่งของหลายประเภท ทั้งน้ำดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเสื้อผ้า โดยมีปริมาณจำนวนมากจนกองรวมกันเป็นภูเขา นอกจากนี้ ภายหลังจากเกิดกระแสข่าว พบว่าประตูโกดังถูกล็อก และไม่มีรถเข้าออกเหมือนเช่นที่ผ่านมา ทั้งนี้ตนเองอยากให้นำสิ่งของที่ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้ออกมาบริจาคให้ประชาชนโดยเร็ว โดยเฉพาะในช่วงที่หลายพื้นที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมและมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก จึงอยากให้สิ่งของเหล่านี้ถูกนำไปส่งต่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย มากกว่าปล่อยให้กองเก็บไว้ภายในโกดังโดยไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อสังคม

 

ส่วนทางด้านนายสมชาย อายุ 72 ปี ชาวบ้านที่มีที่ดินติดกับพื้นที่ 20 ไร่กล่าวว่าเดิมที่ดินดังกล่าว เป็นพื้นที่ที่ตนเองเช่าเอาไว้ 10 กว่าไร่เพื่อทำปลูกดอกกุหลาบเมื่อ 2 ปีที่แล้ว และเก็บเกี่ยวผลผลิตมาได้ 4 เดือนแต่ปรากฏว่าพื้นที่ดังกล่าวได้ขายให้กับ ปุ๋ม ปนัดดาและก๊อต ไปจนกระทั่งตนเองไม่สามารถไปใช้สถานที่ดังกล่าวทำการเกษตรได้อีกเป็นเวลา 7 เดือน อีกทั้งตนเองก็ได้จ่ายค่าเช่าเอาไว้ล่วงหน้าแล้วจึงขาดรายได้ส่วนนี้ไปที่ผ่านมาไม่มีการเยียวยาแต่อย่างใดแต่ตนก็ไม่ได้คิดอะไรและไม่เคยเรียกร้อง จนกระทั่งมาทราบว่าเป็นที่ของ ปุ๋ม ปนัดดาและก๊อต และเมื่อไม่นานได้มีการก่อสร้างทำโกดังแล้วนำสิ่งของมาวางเอาไว้ซึ่งตนก็ไม่เคยเข้าไปตรวจสอบหรือไปดูอะไรรู้เพียงว่ามีคนงานมาอาศัยอยู่และมีคนแก่ที่พิการไม่รู้ว่าเป็นเป็นญาติกับทางฝ่ายไหนที่มีมีคนมาดูแลเท่านั้นเอง

 

ขอบคุณภาพและที่มาจาก : กำพล วงศ์สุทธา