- 05 พ.ย. 2569
อนาคตดับ อาจารย์มหาวิทยาลัยดัง ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ถูกจับพร้อมไอซ์ หลังถูกร้องเรียนพฤติการณ์มั่วสุมเสพยา
วันที่ 4 พ.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา สำนักงาน ปปส.กทม. เปิดปฏิบัติการ “ยุทธการตัดเนื้อร้าย ครั้งที่ 30” สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก เข้าจับกุมพนักงานมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร หลังได้รับร้องเรียนว่ามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
ปฏิบัติการครั้งนี้ นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.กทม. มอบหมายให้ นายอดิเรก อ่อนละมูล ผู้อำนวยการส่วนบังคับใช้กฎหมาย นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ก่อนจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางไอซ์ น้ำหนักรวมประมาณ 2.81 กรัม
เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” และ “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย”
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2569 สำนักงาน ปปส.กทม. ได้รับเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน 1386 ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยผู้ร้องแจ้งว่า ชายอายุประมาณ 45 ปี รูปร่างท้วม ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ มีพฤติการณ์เสพไอซ์ และมักเปิดห้องพักโรงแรมครั้งละหลายวัน เพื่อเชิญชวนบุคคลอื่นมามั่วสุมเสพยาเสพติด
หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ ปปส.กทม. จึงร่วมกับตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก ลงพื้นที่ตรวจสอบและสืบสวนหาข้อเท็จจริง กระทั่งพบชายที่มีรูปพรรณตรงกับข้อมูลร้องเรียน ยืนอยู่บริเวณชั้น 1 ของโรงแรมดังกล่าว โดยมีท่าทางพิรุธน่าสงสัย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ
จากการสอบถามทราบว่า ชายคนดังกล่าวเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย มีตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. โดยเจ้าตัวให้การยอมรับว่าเสพไอซ์จริง และยังมียาเสพติดเก็บไว้ภายในห้องพักอีกจำนวนหนึ่ง พร้อมสมัครใจพาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น
ผลการตรวจค้นพบไอซ์ซุกเก็บไว้ภายในตู้เซฟ จำนวน 3 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 2.81 กรัม
ผู้ต้องหาให้การเพิ่มเติมว่า ได้ติดต่อซื้อยาเสพติดผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ โดยครั้งล่าสุดซื้อเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2569 จำนวน 2 กรัม ในราคา 2,200 บาท
นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจปัสสาวะ ซึ่งผลตรวจพบสารเสพติด เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาตามความผิดที่เกี่ยวข้อง ก่อนควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
สำนักงาน ปปส.กทม. ระบุว่า จะร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมดำเนินการสืบสวนขยายผล เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและนำผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
พร้อมประสานหน่วยงานต้นสังกัดของผู้ต้องหา เพื่อพิจารณาดำเนินมาตรการทางวินัยควบคู่กับการดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาดต่อไป
