ยางบุรีรัมย์พุ่งทะลุ 44 บ. สูงสุดรอบ 10 ปี ชาวสวนเฮรับเงินหมื่น

บุรีรัมย์คึกคัก! ชาวสวนแห่ขายยางก้อนถ้วยหลังราคาพุ่งทะลุ 44 บ./กก. สูงสุดรอบ 10 ปี รายได้โตเท่าตัวขยับแตะ 4 หมื่น/เดือน วอนรัฐช่วยคุมต้นทุนปุ๋ย-น้ำมัน ด้านพ่อค้าลานรับซื้อเริ่มชะลอซื้อ ผวาราคาผันผวน

บุรีรัมย์ (5 พฤศจิกายน 2569) - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 บรรยากาศการค้าขายยางพาราในพื้นที่อำเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นไปด้วยความคึกคักอย่างยิ่ง ชาวสวนยางพาราจากหลายหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลแคนดง ต่างทยอยนำผลผลิตยางก้อนถ้วยใส่รถบรรทุกและรถจักรยานยนต์ออกมาจำหน่ายให้กับลานรับซื้อยางพาราในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หลังราคายางก้อนถ้วยปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 41–44 บาท (ขึ้นอยู่กับเปอร์เซ็นต์และความแห้งของยาง) ซึ่งนับเป็นราคาสูงที่สุดในรอบประมาณ 10 ปี สร้างความยินดีให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก เนื่องจากทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จากเดิมในช่วงราคายางตกต่ำอยู่ที่กิโลกรัมละ 25–30 บาทเศษ ทำให้มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 20,000–30,000 บาท แต่ปัจจุบันขยับเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 30,000–40,000 บาทต่อเดือน ทำให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนนำไปใช้จ่ายในครัวเรือนและชำระหนี้สิน

 

จากการสอบถาม นายคงศักดิ์ อ่อนสาคร และ น.ส.กานติมา พลหนองหลวง ชาวสวนยางพาราในพื้นที่ อ.แคนดง เปิดเผยว่า ช่วงนี้นับเป็นโอกาสทองของชาวสวนยาง เนื่องจากราคายางพาราทั้งยางแผ่นและยางก้อนถ้วยปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นพอที่จะลืมตาอ้าปากและนำเงินไปชำระหนี้สินได้ อย่างไรก็ตาม เกษตรกรยังต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่ยังคงสูงอยู่ โดยเฉพาะราคาปุ๋ยเคมีและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการตัดแต่งและขนส่ง หากในอนาคตราคายางปรับลดลงแต่ราคาน้ำมันและปุ๋ยยังแพงอยู่ เกษตรกรก็จะกลับไปประสบปัญหาภาระค่าใช้จ่ายสูงเช่นเดิม จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือควบคุมราคาปัจจัยการผลิตควบคู่กันไปอย่างจริงจัง

 

ยางบุรีรัมย์พุ่งทะลุ 44 บ. สูงสุดรอบ 10 ปี ชาวสวนเฮรับเงินหมื่น

ยางบุรีรัมย์พุ่งทะลุ 44 บ. สูงสุดรอบ 10 ปี ชาวสวนเฮรับเงินหมื่น

ทางด้านผู้ประกอบการลานรับซื้อยางพารารายหนึ่งในพื้นที่ อ.แคนดง เปิดเผยว่า ตั้งแต่เปิดลานรับซื้อยางมานานกว่า 10 ปี แทบไม่เคยพบว่าราคายางก้อนถ้วยจะพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละกว่า 40 บาทเหมือนช่วงนี้ โดยปกติตลาดจะเคลื่อนไหวอยู่ที่กิโลกรัมละ 25–30 บาทเท่านั้น สาเหตุที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นคาดว่าเกิดจากปริมาณผลผลิตยางพาราในภาพรวมลดลง ขณะที่ความต้องการใช้ยางในอุตสาหกรรมปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด ซึ่งแม้จะเป็นผลดีต่อเกษตรกร แต่ในฝั่งของผู้ประกอบการลานรับซื้อกลับต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนในการรับซื้อเพิ่มขึ้นมหาศาล และยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากภาวะราคาผันผวนที่อาจปรับลดลงได้ทุกเมื่อ ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางรายเริ่มชะลอการรับซื้อ เพื่อรอดูทิศทางราคาและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนในระยะต่อไป

 

ยางบุรีรัมย์พุ่งทะลุ 44 บ. สูงสุดรอบ 10 ปี ชาวสวนเฮรับเงินหมื่น

ยางบุรีรัมย์พุ่งทะลุ 44 บ. สูงสุดรอบ 10 ปี ชาวสวนเฮรับเงินหมื่น