"พระบุญสิน" เผยกำหนดการลาสิกขา เตรียมลุยภารกิจเพื่อชาติ

"พระบุญสิน" เผยกำหนดการลาสิกขา เตรียมลุยภารกิจเพื่อชาติ กลับมาปฏิบัติหน้าที่ในบทบาท "ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก"

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 "พระบุญสิน" หรือที่ชาวบ้านเรียกขานว่า "พระแม่ทัพกุ้ง" เตรียมลาสิกขาในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2569 นี้ หลังอุปสมบทและศึกษาพระธรรม ที่ วัดป่าศรีคุณาราม จังหวัดอุดรธานี ก่อนกลับมาปฏิบัติหน้าที่ในบทบาทที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป

"พระบุญสิน" เผยกำหนดการลาสิกขา เตรียมลุยภารกิจเพื่อชาติ

ซึ่งตลอดช่วงเวลาที่อยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ พระบุญสินได้ศึกษาพระธรรม ปฏิบัติธรรม และเผยแผ่หลักธรรมคำสอนแก่ญาติโยม พร้อมทำประโยชน์ให้แก่วัดและชุมชน รวมถึงอุทิศส่วนกุศลให้แก่ทหารกล้าที่เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติจากเหตุการณ์สู้รบชายแดนไทย - กัมพูชาในช่วงยุทธการ "ยุทธบดินทร์" และยุทธการ "ศตวรรษ"

โดยอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในช่วงเดือนพฤศจิกายน คือ การออกธุดงค์ตามกำหนดการของวัด ในวันที่ 8 , 18 และ วันที่ 22 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการฝึกความเพียร สำรวมกาย วาจา ใจ และเรียนรู้การดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายตามแนวทางพระพุทธศาสนา การธุดงค์จึงมิใช่เพียงการเดินทาง แต่ยังเป็นการฝึกตนให้รู้จักอดทน  ลดละความยึดมั่น และทบทวนคุณค่าของชีวิตผ่านการปฏิบัติธรรม สอดคล้องกับหลักธรรมที่มุ่งให้เกิดความสงบภายในและนำไปสู่การทำประโยชน์แก่ผู้อื่น

 

ซึ่งก่อนลาสิกขา พระบุญสินมีความตั้งใจเข้ากราบนมัสการครูบาอาจารย์ที่เคารพ เพื่อแสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ตลอดจน ร่วมสืบสานกิจกรรมทางพระพุทธศาสนากับหลวงปู่ศิลา สิริจันโท ขณะเดียวกันยังตั้งใจกลับไปเยี่ยมเยียนทหารตามแนวชายแดนอีสานใต้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยบัญชาการรบ เพื่อพบปะ ให้กำลังใจ และมอบพรแก่กำลังพลที่เคยร่วมปฏิบัติภารกิจ สะท้อนความผูกพันระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไม่เคยทอดทิ้งกัน

โดยหลังกลับมาปฏิบัติหน้าที่ ภารกิจสำคัญอีกด้าน คือ การเดินสายบรรยายแก่เยาวชนและประชาชนทั่วประเทศ โดยพระบุญสินจะนำประสบการณ์ตรงจากการทำงานด้านความมั่นคง และการบัญชาการในพื้นที่ชายแดน ผสมผสานกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ถ่ายทอดเรื่องความรักชาติ ความเสียสละ ความสามัคคี ความกตัญญู และความรับผิดชอบ ควบคู่กับการสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนรู้เท่าทัน ปฏิเสธ และห่างไกลจากยาเสพติด

 

การบรรยายฯ จึงไม่ใช่เพียงการถ่ายทอดประสบการณ์จากสนามรบ แต่เป็นการส่งต่อบทเรียนชีวิตจากประสบการณ์ทั้งทางโลกและทางธรรม เพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้าใจคุณค่าของหน้าที่ การเสียสละเพื่อส่วนรวม และการดำเนินชีวิตอย่างมีวินัยและคุณธรรม ซึ่งหลักธรรมมิได้หยุดอยู่เพียงคำสอน แต่ต้องปรากฏผ่านการกระทำ สอดคล้องกับหลัก “อัตถะ 3” ได้แก่ “อัตตัตถะ” ประโยชน์ตน , “ปรัตถะ” ประโยชน์ผู้อื่น และ “อุภยัตถะ” ประโยชน์ร่วมกัน เพราะคุณค่าของคนไม่ได้อยู่เพียงสิ่งที่ตนเองได้รับ แต่อยู่ที่ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่นำไปใช้สร้างประโยชน์แก่ผู้อื่นและส่วนรวม ให้คุณธรรมปรากฏเป็นรูปธรรมผ่านการลงมือทำ