- 06 พ.ย. 2569
คนขับรถรับ-ส่งนักเรียนอุทัยธานีแบกต้นทุนค่าน้ำมันพุ่ง ไม่กล้าขึ้นราคาผู้ปกครอง ยอมกำไรหดเพื่อส่งเด็กปลอดภัย วอนรัฐลดราคาน้ำมันดีเซล
เบื้องหลังการหมุนของล้อรถรับ-ส่งนักเรียนกว่า 100 คัน ทั้งรถบัสขนาดใหญ่ 60–70 คัน รถตู้ และรถสองแถวอีกไม่ต่ำกว่า 50 คัน ที่วิ่งสัญจรข้ามอำเภอในเขตเทศบาลตำบลหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี กำลังสะท้อนถึงภาวะวิกฤตที่ผู้ประกอบการต้อง แบกรับต้นทุนค่าน้ำมันจนแทบไม่เหลือเงินเก็บ จากสถานการณ์ความขัดแย้งและภาวะสงครามที่ดันให้ ราคาน้ำมันดีเซล พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้น แต่ผู้ขับขี่และผู้ประกอบการยืนยันตรงกันว่า ไม่กล้าปรับขึ้นค่าโดยสารกับผู้ปกครองเพิ่มอีกแล้ว เนื่องจากเคยปรับราคาไปแล้วระลอกหนึ่งช่วงน้ำมันขึ้นครั้งแรก เช่น เส้นทางลานสักมาหนองฉาง ปรับขึ้นเป็น 800–900 บาทต่อคนต่อเดือน จากเดิม 700 บาท หากปรับขึ้นอีก ผู้ปกครองที่หาเช้ากินค่ำคงรับไม่ไหว ทุกวันนี้ยังคงขับรถเพราะสำนึกในหน้าที่และความผูกพันกับเด็กๆ ที่ต้องเดินทางไกล
นายปิยะ หัสแดง อายุ 32 ปี ผู้ประกอบการที่ผันตัวมาขับรถเอง เปิดเผยว่า ทุกวันนี้ไม่คุ้มทุนแต่ต้องกัดฟันวิ่งต่อเพราะทิ้งเด็กไม่ได้ ปัจจุบันมี ค่าน้ำมัน ตกสัปดาห์ละ 5,000 บาท หรือวันละประมาณ 1,000 บาท จากเดิมวันละ 700–800 บาท ทำให้รายได้เหลือพอใช้แต่แทบไม่เหลือเก็บ ส่วนมาตรการรัฐที่ปรับลดราคาน้ำมันดีเซล B20 ก็ไม่สามารถพึ่งพาได้จริง เพราะน้ำมัน B20 ตกตะกอน เกิดคราบเหนียวจับลูกสูบและทำลายระบบปั๊มโซล่า เสี่ยงเสียค่าซ่อมแซมสูงกว่าส่วนต่างค่าน้ำมัน ทำให้ไม่มีใครกล้าใช้
นอกจากเรื่องน้ำมัน ความปลอดภัยของเด็กนักเรียน ยังเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องตรวจเช็กทั้งสภาพยาง น้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก และระบบห้ามล้อ ซึ่งค่าอะไหล่และค่าซ่อมบำรุงต่างปรับขึ้นตามค่าครองชีพ ส่งผลให้เจ้าของรถหลายรายต้องหันมาขับเองเพื่อลดค่าจ้าง ขณะที่รายที่ต้องจ้างคนขับก็แทบไม่เหลือผลกำไร
ด้าน นายสำเนา เงินสุวรรณ วัย 66 ปี พนักงานขับรถบัสหกล้อที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปี รับค่าจ้างวันละ 400 บาท แลกกับการดูแลชีวิตเด็กๆ ได้สะท้อนความหวังว่า อยากให้รัฐบาลปรับลด ราคาน้ำมันดีเซล ลงมา เพื่อให้ทั้งคนขับและผู้ปกครองสบายใจขึ้น วิกฤตครั้งนี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญของคนขับ รถรับ-ส่งนักเรียน ในอุทัยธานีที่ยอมแบกรับภาระเพื่อส่งเด็กๆ ถึงโรงเรียนอย่างปลอดภัย
