เตือน 11 จังหวัดภาคใต้ รับมือฝนตกหนัก 8-13 พ.ย. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

"เตือนฝนตก 6 วัน" ภาคใต้เฝ้าระวัง ฝนตกต่อเนื่อง 6 วัน ฝนสะสมเสี่ยงน้ำท่วม-ดินถล่ม รัฐบาลสั่งเตรียมพร้อมช่วยประชาชน

เตือน 11 จังหวัดภาคใต้ รับมือฝนตกหนัก 8-13 พ.ย. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก รัฐบาล เตือน 8-13 พ.ย.นี้ ภาคใต้ เตรียมรับมือฝนตกต่อเนื่อง-ฝนสะสม เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม กำชับเฝ้าระวัง-ช่วยเหลือประชาชน

เตือน 11 จังหวัดภาคใต้ รับมือฝนตกหนัก 8-13 พ.ย. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

วันที่ 8 พ.ย. 2569 น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วงวันที่ 8-13 พ.ย. รัฐบาลแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนภาคใต้เตรียมรับมือฝนตกหนักและลมกระโชกแรง โดยเฉพาะในพื้นที่

  1. ประจวบคีรีขันธ์
  2. ชุมพร
  3. สุราษฎร์ธานี
  4. นครศรีธรรมราช
  5. พัทลุง
  6. สงขลา
  7. ปัตตานี
  8. ยะลา
  9. นราธิวาส
  10. ตรัง
  11. สตูล

 

เตือน 11 จังหวัดภาคใต้ รับมือฝนตกหนัก 8-13 พ.ย. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

เตือน 11 จังหวัดภาคใต้ รับมือฝนตกหนัก 8-13 พ.ย. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

 

ขอให้ประชาชนติดตามการแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิดระวังฝนตกต่อเนื่องและฝนสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม

 

น.ส.พลอยทะเล กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม ปริมาณน้ำ 66,280 ล้าน ลบ.ม. (82% ของความจุเก็บกักรวม) ปริมาณน้ำใช้การ 42,150 ล้าน ลบ.ม. (74% ของความจุเก็บกักรวม) ภาคใต้ มีปริมาณน้ำ 5,442 ล้าน ลบ.ม. (69% ของความจุเก็บกัก)

 

ส่วนสถานการณ์น้ำใน 2 เขื่อนหลักภาคใต้ คือ รัชชประภา มีปริมาณน้ำ 4,235 ล้าน ลบ.ม. (75% ของความจุเก็บกัก) และ บางลาง มีปริมาณน้ำ 773 ล้าน ลบ.ม. (53% ของความจุเก็บกัก)

 

รัฐบาลห่วงใยพี่น้องประชาชนภาคใต้ซึ่งขณะนี้ภาคใต้เข้าสู่ช่วงฤดูมรสุม มักเผชิญปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง กำชับส่วนราชการเตรียมรับสถานการณ์อุทกภัยและขับเคลื่อนระบบประกันภัยพิบัติในพื้นที่ภาคใต้ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญพื้นที่ภาคใต้เป็นพิเศษ

 

โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังและช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด ให้ทุกภาคส่วนบูรณาการการใช้งานทรัพยากรต่าง ๆ เครื่องจักรกลสาธารณภัยที่มีอยู่ให้สามารถใช้งานในการให้ความข่วยเหลือและลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด