- 08 พ.ย. 2569
กรมราชทัณฑ์เผยผลตรวจสุขภาพ “บุ๋ม ปนัดดา” หลังเข้าเรือนจำคืนแรก พร้อมเปิดอาการและสภาพจิตใจล่าสุดที่ได้เห็น
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 ทีมโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยรายงานความเป็นอยู่ของ “บุ๋ม ปนัดดา” หรือ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี และ “ก๊อต อธิป” หรือนายอธิป อนันทวรรณ ผู้ต้องหาในคดีเกี่ยวกับเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี หลังทั้งคู่ถูกนำตัวเข้าเรือนจำเมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ภายหลังพนักงานสอบสวนยื่นฝากขังต่อศาลอาญา
สำหรับการดำเนินการในชั้นศาล บุ๋ม ปนัดดา ไม่ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ขณะที่ก๊อตยื่นประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 1 ล้านบาท แต่ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ก่อนเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะรับตัวทั้งสองเข้าสู่เรือนจำตามขั้นตอน
รายงานระบุว่า ทัณฑสถานหญิงกลางรับตัวบุ๋ม ปนัดดา เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 17.00 น. หลังศาลอนุญาตให้ฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนสำหรับผู้ต้องขังเข้าใหม่ ทั้งการจัดทำประวัติ ตรวจสุขภาพร่างกาย และประเมินสภาพจิตใจโดยพยาบาลร่วมกับนักสังคมสงเคราะห์
ผลการตรวจร่างกายเบื้องต้นพบว่า บุ๋มมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ส่วนสภาพจิตใจโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับลูกและคุณแม่ที่อยู่ภายนอกเรือนจำ
ส่วนอาหารมื้อเย็น เจ้าหน้าที่จัดแกงจืดวุ้นเส้นและไข่ต้มให้รับประทาน ซึ่งบุ๋มสามารถรับประทานได้ตามปกติ และยังไม่ได้ร้องขอสิ่งของหรือความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ หลังผ่านขั้นตอนแรกรับ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวเข้าสู่แดนระหว่างการพิจารณาคดี เพื่อกักโรคตามมาตรการป้องกันโรคติดต่อของทัณฑสถาน
ขณะที่นายอธิป หรือก๊อต ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยพยาบาลเวรได้ตรวจสุขภาพเบื้องต้น พบว่ายังรู้สึกตัวดี สามารถพูดคุยสื่อสารและช่วยเหลือตัวเองได้ตามปกติ ไม่มีอาการเหนื่อยหอบ อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวแจ้งว่ามีโรคประจำตัว 2 โรค ได้แก่ โรคเกาต์และโรคไต ซึ่งเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องที่โรงพยาบาลสุขุมวิทมาประมาณ 3 ปี นอกจากนี้ยังเคยผ่าตัดเย็บเอ็นบริเวณต้นแขนขวา
ภายหลังการตรวจสุขภาพ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวก๊อตเข้าสู่แดน 2 ซึ่งเป็นแดนแรกรับ เพื่อกักโรคผู้ต้องขังใหม่เป็นเวลา 5 วัน ตามมาตรการของกรมราชทัณฑ์
สำหรับการติดตามความเป็นอยู่ในคืนแรก พบว่าทั้งบุ๋มและก๊อตสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมภายในเรือนจำได้ สามารถนอนหลับพักผ่อนได้ตามปกติ ยังไม่พบภาวะเครียดในระดับสูงหรือความวิตกกังวลรุนแรง และไม่มีการร้องขอความช่วยเหลือเป็นพิเศษ
ทั้งนี้ ผู้ต้องขังทั้งสองจะต้องอยู่ภายใต้มาตรการกักโรคเป็นเวลา 5 วัน โดยระหว่างนี้ทนายความสามารถติดต่อเข้าเยี่ยมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ได้ตามระเบียบ ส่วนการเข้าเยี่ยมของญาติจะสามารถดำเนินการได้หลังพ้นระยะเวลากักโรค และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เรือนจำกำหนด
