ความใจสู้ พาสู่ความสำเร็จ ยิงธนู ว่ายน้ำ กรีฑา โบว์ลิ่ง สู่แชมป์อาเซียนพาราเกมส์

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

      “ป้าน้อย” วาสนา คูทวีทรัพย์ ควง “อ๋อง” หาญฤชัย เนตรศิริ โชว์ฟอร์มสุดหรูแผลงศรผงาดคว้าทองประเดิมให้ทัพโรบินฮู้ดไทยในอาเซียนพาราเกมส์ 2017 ด้าน กรีฑา พงศกร แปยอ ดีกรี 2 เหรียญทองพาราลิมปิกเกมส์ 2016 ยังแกร่งสมราคาซิ่งวีลแชร์คู่ใจ ผงาดคว้าทอง วีลแชร์เรซซิ่ง 100 เมตร คลาสที52/53 ป้องแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน เป็นทองที่2 ของตนเอง ส่วนว่ายน้ำ  พนม ลักษณะพริ้ม ฉลามรุ่นเก๋าวัย 48 ปี โชว์ฟอร์มสุดยอด ว่ายแตะขอบสระเป็นคนแรกด้วยเวลา 1.24.06 นาที คว้าเหรียญทองกบ 100 ม.พิการสายตา SB11 มาครองเป็นสมัยที่ 9 ติดต่อกัน

      การแข่งขันกีฬา อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 9 ที่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมา วันที่ 4 มีการชิงชัยทั้งสิ้น 89 เหรียญทอง 

      ยิงธนู ชิง 2 ทอง ที่ซินเทติก เทิร์ฟ ฟิลด์ สนามกีฬาแห่งชาติ บูกิต จาลิล ในประเภทยิงธนู ประเภทคันธนูโค้งกลับหญิง รอบชิงชนะเลิศ “ป้าน้อย” วาสนา คูห์ทวีทรัพย์ เจ้าของเหรียญเงินพาราลิมปิกเกมส์ 2004 และแชมป์เก่า 4 สมัยอาเซียนพาราเกมส์ ปรากฎว่า อในช่วงแรก โรบินฮู๊ดสาวไทยออกสตาร์ได้ไม่ดีนักโดน มิโรนิก้า อูมาดยานี่ สาวอิเหนาแผลงศรทำคะแนนออกนำไปก่อน 3-1 หลังจากนั้น วาสนากลับมาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมยิงได้อย่างแม่นยำทำคะแนนพลิกแซงเอาชนะ สาวอิเหนาไปได้สะใจแฟนๆ 7-3 คะแนน คว้าเหรียญทองเป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกัน

    วาสนา ที่ติดทีมชาติคนปกติมาร่วมเล่นซีเกมส์ เมื่อเดือนที่แล้ว กล่าวว่า จากที่เราผิดหวังจากศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่ผ่านมา จึงทำให้ครั้งนี้มีความมุ่งมั่นที่จะคว้าเหรียญทองมาให้ได้ และเมื่อทำได้ก็รู้สึกโล่งใจมาก ซึ่งจากนี้ยังมีลุ้นในทีมผสมที่จะคู่กับ หาญฤชัย ก็ตั้งใจจะคว้าเหรียญทองให้ได้ ส่วนเรื่องของการจะไปแข่งซีเกมส์ของคนปกติอีกนั้นหากทางฝ่ายจัดเขาเปิดให้ร่วมแข่งขันตนก็จะไปร่วมคัดตัวทีมชาติแน่นอน

    ขณะที่คันธนูโค้งกลับชาย รอบชิงชนะเลิศ “อ๋อง” หาญฤชัย เนตรศิริ โรบินฮู้ดจอมเก๋ามือ 1 ประเทศไทยที่เพิ่งไปผงาดคว้าเหรียญเงินจากมหกรรมกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ 2016 ที่กรุงริโอ เด จาเนโร ประเทศบราซิลมาได้ ลงดวลกับ โจวานี่ โอลา จากฟิลิปปินส์ ปรากฎว่าหาญฤชัย โชว์ฟอร์มได้อย่างเหนือชั้น ยิงได้อย่างแม่นยำ เอาชนะไป 6-0 คะแนน คว้าเหรียญทองไปครองเป็นสมัยที่ 3

         หลังการแข่งขัน หาญฤชัย เนตรศิริ กล่าวว่าฟอร์มช่วงหลังของตนกำลังดีมากๆ ก่อนที่จะมาคว้าเหรียญทองเหรียญที่ 3 ประจำศึกอาเซียนพาราเกมส์นี้ 4 วันก่อนตนก็เพิ่งไปคว้าเหรียญเงินศึกยิงธนู คนพิการ ชิงแชมป์โลก 2017 ที่ประเทศจีนมาด้วย ทำให้ล่าสุดแรงกิ้งของตนขยับขึ้นไปอยู่อันดับที่ 1 ของโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ความใจสู้ พาสู่ความสำเร็จ ยิงธนู ว่ายน้ำ กรีฑา โบว์ลิ่ง สู่แชมป์อาเซียนพาราเกมส์

        กรีฑา ชิง 29 ทอง ที่สนามบูกิต จาลีล สเตเดี้ยม ประเภทที่น่าสนใจอยู่ที่ วีลแชร์เรซซิ่ง อีเวนต์ 100 ม. ชาย คลาสที52/53 นักกีฬาไทยกวาดไปทั้ง 3 เหรียญ โดย “กร” พงศกร แปยอ หนุ่มเมืองหมอแคน ที่คว้าไปแล้ว 1 เหรียญทองเมื่อวันก่อน ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมซิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 14.82 วินาทีคว้าเหรียญทองอีกสมัยและเป็นทองที่สองของตนเอง ส่วนเหรียญเงินเป็นของ พิเชษฐ์ กรุงเกตุ เจ้าของสถิติเดิมรายการนี้ ทำเวลา 16.02 วินาที และเหรียญทองแดง โสภา อินทเสน ทำเวลา 16.37 วินาที 

        พงศกร เผยว่า ในการแข่งขันอาจมีรายการนี้มีเสียจังหวะไปบ้าง เพราะอันที่จริงแล้วในบรรดาอีเวนต์ที่ลงตนจะไม่ถนัด 100 ม.ที่สุด แลครั้งผลงานก็ออกมาในรูปแบบที่ตนเองไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นักเพราะใจจริงต้องการมาทำลายสถิติเดิมของ พิเชษฐ์ กรุงเกตุ รุ่นพี่ทีมชาติให้ได้ แต่อาจเป็นเพราะว่าในปีนี้ที่ผ่านมาตนเองอาจเนือยๆ ไปบ้างเพราะขาดแรงกระตุ้น ไม่เหมือนกับอาเซียนพาราเกมส์ครั้งแล้วที่ครั้งนั้นเขาใช้เป็นแมตช์ควอลิฟายไปพาราลิมปิกเกมส์ 2016 ด้วย อย่างไรก็ตามตนยังเหลือแข่งอีกหนึ่งรายการในระยะ 400 ม.ก็หวังจะคว้าทองให้ได้ตามเป้า 3 ทองที่ทำไว้ได้ในครั้งที่แล้ว

       ขณะที่ วีลแชร์เรสซิ่ง 200 ม. คลาส T54 “โอ๊ต” สายชล คนเจน ที่คว้าเหรียญทอง 100 ม.ไปก่อนหน้านี้ ยังโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยม ควบวีลแชร์เข้าเส้นชัยด้วยเวลา 25.48 วินาที คว้าทองที่สองไปครอง โดย สายชล ยังมีลุ้นเหรียญทองต่อในระยะ 400 ม. 

        ด้าน ผลประเภทอื่นๆ วิ่ง 1500 ม.ชาย ความพิการทางสมอง ที37 อภิสิทธิ์ ทาพรม 5.00.17 นาที วัย 18 ปีจากจังหวัดขอนแก่น ซึ่งติดธงรับใช้ชาติเป็นครั้งแรก คว้าเหรียญทองที่สองของตนเอง พร้อมทำลายสถิติเดิม 5.34.7 นาทีของ โซโล จากอินโดนีเซีย ที่ทำไว้เมื่ออาเซียนพาราเกมส์ครั้ง 6 ที่ประเทศอินโดนีเซีย, วิ่ง 100 ม.ชาย ที13 ทรงวุธ ลำสัน คว้าเหรียญทองด้วยเวลา 11.50 วินาที, วิ่ง 1500 ม. คลาส ที12/13 อติชาติ เจริญรัมย์ คว้าทองแดง สถิติ 5.34.7 น., วิ่ง 100 ม. ชาย คลาส ที42/43/44 สุทิศ อ่วมสมุทร คว้าทองแดง สถิติ 12.52 วิ., วิ่ง 100 ม. หญิง 

       คลาส ที46/47 ภัคจิราพร กำกัน คว้าเงิน สถิติ 13.84 วิ., วิ่ง 100 ม. หญิง คลาส ที52/53/54 ชัยเนตร ศรีทอง คว้าเงิน สถิติ 18.67 วิ., วิ่ง 200 ม. หญิง คลาส ที36 สุภัสสรา หลู่ยือ คว้าเงิน สถิติ 36.27 วิ., วิ่ง 200 ม. ชาย คลาส ที38 ณัฐยศ ไชยขันธ์ คว้าเงิน สถิติ 24.91 วิ., สุรศักดิ์ ดำชุม คว้าทองแดง สถิติ 25.94 วิ., เขย่งก้าวกระโดด ชาย คลาส ที46 อังคาร  ชะนะบุญ คว้าทองแดง สถิติ 12.90 ม., พุ่งแหลน หญิง คลาส เอฟ56/57 พวงเพชร ไชยธงรัตน์ คว้าทองแดง สถิติ 14.07 ม.

       ว่ายน้ำ ชิง 17 ทอง ทัพว่ายน้ำไทยลงชิงชัย 14 รายการ แต่คว้ามาได้เพียง 1 เหรียญทอง จากประเภท กบ 100 ม.พิการสายตา SB11 พนม ลักษณะพริ้ม จอมเก๋าวัย 48 ปี  แชมป์เก่า 8 สมัย อดีตเหรียญทองแดงพาราลิมปิกเกมส์ 2004 ที่ประเทศกรีซ และเจ้าของสถิติอาเซียนพาราเกมส์ ยังคงฟอร์มยอดเยี่ยม ว่ายแตะขอบสระเป็นคนแรกด้วยเวลา 1.24.06 นาที คว้าเหรียญทองเป็นสมัยที่ 9 ติดต่อกัน ส่วน กฤตพัฒน์ วิทิตเกษมโรจน์ นักกีฬาดาวรุ่งได้เหรียญเงิน เวลา 1.28.73 นาที และเหรียญทองแดง ซูนาโต (อินโดนีเซีย) 1.29.41 นาที อย่างไรก็ตามทัพว่ายน้ำไทยยังมีชิงชัยในวันต่อไปอีก 18 รายการ

 

ความใจสู้ พาสู่ความสำเร็จ ยิงธนู ว่ายน้ำ กรีฑา โบว์ลิ่ง สู่แชมป์อาเซียนพาราเกมส์

         ยกน้ำหนัก ที่ มีเทค ฮอลล์ ชิง 5 ทอง ไฮไลต์อยู่ที่รุ่น 72 กก.ชาย ทองสา มารศรี จอมพลังหนุ่มเหรียญทองพาราลิมปิกเกมส์ 2004 ยกได้ 173 กก. คว้าทองไปครองได้สำเร็จ โดยทำสถิติทิ้งขาดอันดับ 2 เหวียน วัน ฮุง จากเวียดนาม ยกได้ 167 กก. คว้าเงิน และทองแดง หม่า ฟวง ควง จากเวียดนามเช่นกัน ยกได้ 164 กก. ขณะที่ยกน้ำหนัก รุ่น 80 กก.ชาย คำพา ป้องท้าว คว้าทองได้เช่นกันหลังยกได้ 165 กก. ส่วนเงิน มา ฮุสเซน แมต นอห์ จากมาเลเซีย ยกได้ 135 กก. ส่วนรุ่น 67 กก.หญิง สมควร อนนท์ นักยกน้ำหนักคนพิการทีมชาติไทย แกร่งไม่แพ้กันคว้าเหรียญทอง หลังยกได้ 93 กก. ส่วนรุ่น 73 กก. ขึ้นไปหญิง อรวรรณ บุตรโพธิ์  คว้าเหรียญเงิน หลังยกได้ 109 กก. ทำให้ยกเหล็กไทย คว้าเพิ่มได้อีก 3 ทอง 1 เงิน

        โบว์ลิ่ง ชิง 7 ทอง ที่ซันเวย์ ปิรามิด เปตาลิง จายา เป็นการแข่งขันประเภทคู่ โดยทัพทอยแก่นไทยสามารถคว้ามาได้ 1 ทอง กับอีก 2 ทองแดง โดยเหรียญทองได้จาก คลาส ทีพีบี8 พงศกร ชุมชัย กับ ศุภรัตน์ พรมิ่งมาศ ส่วนเหรียญทองแดงได้จาก คลาส ทีพีบี2 วีรพล แสงวัง กับ บริพัตร จงวิวัฒนธรรม และ คลาส ทีพีบี10 ไรวินทร์ พิสิษฐ์ธนากุล กับ ชัยวัฒน์ อาชาทองคำ

         วอลเลย์บอล ที่สนามมีเทค ฮอลล์ 11  ไฮไลต์อยู่ที่ประเภทนั่ง ทีมชาย แข่งขันแบบพบกันหมด ระหว่าง ทีมนักตบลูกยางหนุ่มไทย ลงสนามพบกับ กัมพูชา ปรากว่า ทีมวอลเลย์บอลหนุ่มทีมชาติไทย ต้านความแข็งแกร่งของ กัมพูชา ไม่ไหว พ่ายไป 1-3 (30-28, 10-25, 10-25, 22-25) ทำให้โอกาสคว้าเหรียญทองค่อนข้างริบหรี่

         ฟุตบอล 5 คน ที่ สนามเนชั่นแนล ฮอกกี้ สเตเดี้ยม  รอบแรก นัดสุดท้าย ระหว่าง นักฟุตบอลตาบอดทีมชาติไทย  ลงสนามดวลกับ “แข้งตระกูลเหงียน” เวียดนาม  ปรากฎว่า หนุ่มไทย โชว์ฟอร์มดุต้อนเอาชนะไปขาดลอย 5-0 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศกับ ทีมชาติ ลาวไทย สำเร็จ 

     โปรแกรมชิงเหรียญทองวันที่ 21 ก.ย.60 ทำการชิงชัยทั้งสิ้น 67 เหรียญทอง ไฮไลต์อยู่ที่กีฬากรีฑาที่สนามบูกิต จาลีล สเตเดี้ยม ทำการชิงชัยเยอะที่สุดของวัน 26 เหรียญทอง เริ่มอีเวนต์แรก 08.00 น. นอกจากนี้ยังมี ยิงธนู ชิง 2 ทอง ที่ซินเทติก เทิร์ฟ ฟิลด์ สนามกีฬาแห่งชาติ เริ่ม 08.30 น., โบว์ลิ่ง ชิง 2 ทอง ที่ซันเวย์ ปิรามิด เปตาลิง จายา เริ่ม 08.00 น., จักรยาน ชิง 7 ทอง ที่สนามเวโลโดรม เนชั่นแนล มาเลเซีย เริ่ม 09.00 น., ยกน้ำหนัก ชิง 6 ทอง ที่สนามมีเทค ฮอลล์ 3 เริ่ม 09.45 น., ว่ายน้ำ ชิง 22 ทอง ที่เนชั่นแนล อวาติก เซนเตอร์ บูกิต จาลีล สเตเดี้ยม เริ่ม 08.00 น., วีลแชร์เทนนิส ชิง 3 ทอง ที่เนชั่นแนล เทนนิส เซนเตอร์ เริ่ม 08.00 น.

 

ความใจสู้ พาสู่ความสำเร็จ ยิงธนู ว่ายน้ำ กรีฑา โบว์ลิ่ง สู่แชมป์อาเซียนพาราเกมส์