- 07 ก.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่เด็ก ๆ และโค้ชทีมฟุตบอล 13 ราย หายตัวเข้าไปในถ้ำหลวงนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2561โดยเจ้าหน้าที่ต่างระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ จนเมื่อเวลาประมาณ 22.25 น. ของคืนวันที่ 2 ก.ค. 61 นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ได้แถลงเจอ 13 ชีวิตที่ติดในถ้ำหลวงแล้วทั้งหมดปลอดภัย ซึ่งเด็ก ๆ อยู่บนเนินนมสาว ห่างจากพัทยาบีชไปอีก 200 เมตร โดยทีมนักดำน้ำชาวอังกฤษและหน่วยซีลไทยได้เข้าไปเจอเด็ก ๆ แต่ยังไม่สามารถพาทั้ง 13 ชีวิตออกมาได้เนื่องจากสภาพแวดล้อมยังไม่เอื้ออำนวยนั้น
โดยในเวลาต่อมา เฟซบุ๊กแฟนเพจ "Thai NavySEAL" ได้มีการอัปเดตความคืบหน้าของทั้ง 13 ชีวิต โดยเป็นข้อความที่เขียนไว้ว่าอยากจะกลับบ้าน อีกทั้งยังบอกด้วยว่าอยากินอะไรบ้าง และฝากบอกทุกคนที่เป็นห่วงว่าพวกเขาทั้งหมดปลอดภัยดี
ทั้งนี้ อีกหนึ่งข้อความที่ได้รับการแชร์อย่างมากมายคือ ข้อความจากโค้ชเอกที่ฝากถึงผู้ปกครองของเด็ก และฝากถึงอาและย่าของเขาว่า..."เอก..ถึงผู้ปกครองเด็ก ๆ ทุกคนตอนนี้ เด็ก ๆ สบายดีกันครับ มีพี่ ๆ ทีมงานดูแลเป็นอย่างดี ผมขอสัญญาว่าจะดูแลเด็ก ๆ ให้ดีที่สุด ขอบคุณกำลังใจและขอกราบขอโทษผู้ปกครองด้วยครับ
เอก..ถึงอากับย่า ผมสบายดีครับ อย่าเป็นห่วงผมมากไปนะ ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ อาบอกย่าทำน้ำผักกับแคปหมูไว้ด้วยนะครับ ออกไปแล้วจะไปกินครับ รักทุกคนครับ"
อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจสงสัยว่าเมนู "น้ำผัก" ที่ "โค้ชเอก" อยากกินเมื่ออกจากถ้ำและให้ย่าเป็นคนทำคืออะไรนั้น
เพจ "ของกินบ้านฉัน" ได้อธิบายถึงเมนูดังกล่าวว่า "น้ำผัก" เป็นอาหารเหนือชนิดหนึ่ง เป็นการถนอมอาหารแบบชาวไทลื้อ แล้วแพร่หลายมาในอาหารไทยภาคเหนือ เป็นการนำผักกาดเขียวมาสับให้ละเอียด คั้นกับเกลือและข้าวเหนียว ใส่น้ำซาวข้าว แล้วหมักให้มีรสเปรี้ยว นำน้ำที่ได้มาเคี่ยวให้ขลุกขลิก โดยกินกับเนื้อสัตว์ ผักจิ้ม และ แคบหมู
“น้ำผัก” ภูมิปัญญาการถนอมและแปรรูปอาหารอย่างหนึ่งของชาวไทลื้อ ได้จากการนำผักในสวนครัว ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้ผักกาดจ้อน (ผักกาดกวางตุ้ง) และผักกาดเขียวปลี มาสับ ตำ และบดให้ละเอียด (ปัจจุบันมักใช้การปั่นหรือโม่) ผสมน้ำ เกลือ และข้าวเหนียวเล็กน้อย ดองทิ้งไว้ 2-3 คืน จนมีรสเปรี้ยว ถ้าชอบรสเปรี้ยวมากก็ดองนาน สัก 4-5 วัน จากนั้นกรองเอาน้ำผักมาเคี่ยวไฟจนงวดแห้ง ได้กากสีเขียวคล้ำ เรียกว่า “น้ำผัก” เก็บไว้ใช้ได้นาน 2-3 เดือน (ถ้าเก็บใส่ตู้เย็น เขาว่าอยู่ได้เป็นปี)
น้ำผักที่ได้จากการเคี่ยว จะนำไปปรุงเป็น “น้ำพริกน้ำผัก” โดยโขลกพริกแห้ง เกลือ กระเทียม มะแขว่นให้ละเอียดกัน แล้วตักลงผสมในน้ำผัก คลุกและคนให้เข้ากัน โรยต้นหอมผักชีซอยเล็กน้อย ก็จะได้น้ำพริกน้ำผัก กินกับข้าวเหนียว ผักสด ผักนึ่ง หรือกินกับจิ้นปิ้ง (เนื้อย่าง) ก็อร่อย
ปัจจุบัน มีการทำน้ำผักขายเป็นสินค้าท้องถิ่น แต่นิยมซื้อขายกันในหมู่คนเมือง เพราะนำไปปรุงเป็นน้ำพริกเองได้ แต่ถ้าคนต่างถิ่นอยากชิมน้ำพริกน้ำผักสำเร็จรูป ก็มีขายให้ลองซื้อมากินเหมือนกัน
ขอบคุณที่มา : ของกินบ้านฉัน
