- 06 เม.ย. 2569
ดราม่าวงการมวยเดือด! ล่าสุด “ขุนศึก-ซุปเปอร์บอน” ออกมาชี้แจงแล้ว หลัง “รถถัง” โพสต์แฉปมลายเซ็น พร้อมเคลียร์
กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการมวยที่ถูกจับตาอย่างหนัก หลังจากก่อนหน้านี้ รถถัง จิตรเมืองนนท์ อดีตแชมป์โลก ONE ออกมาโพสต์ข้อความเปิดเผยว่า ตนเองถูกปลอมลายเซ็นในเอกสารจำนวนมาก ทั้งที่ในความเป็นจริงเซ็นเพียงแค่ 1 ลายเซ็นเท่านั้น จนส่งผลกระทบตามมาในหลายด้าน และต้องให้ทนายส่วนตัวเข้ามาดูแลเรื่องดังกล่าว
โดยรถถังระบุว่า มีการปลอมลายเซ็นของตนมากถึง 30 ลายเซ็น ซึ่งภายหลังผู้ที่เกี่ยวข้องได้ยอมรับการกระทำทั้งหมดแล้ว ทำให้เรื่องดังกล่าวกลายเป็นชนวนใหญ่ที่ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงกระบวนการทำสัญญาในวงการมวยมากขึ้น
ล่าสุด ประเด็นดังกล่าวยิ่งลุกลามมากขึ้น เมื่อ ขุนศึก นักมวยไทยอีกราย ออกมาโพสต์ข้อความในลักษณะคล้ายกัน จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว
ขุนศึกโพสต์ข้อความว่า
“เหมือนกับผมเลย ไม่รู้มาก่อน ต้องโดนห้ามชกที่อื่น 1 ปี ไม่เคยเห็นสัญญา และไม่ได้เซ็นเอง”
ข้อความดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายตีความไปในทิศทางว่า อาจเป็นอีกหนึ่งกรณีที่เกี่ยวข้องกับการปลอมลายเซ็น หรือการทำสัญญาโดยที่นักมวยไม่รับรู้ จนเกิดกระแสวิจารณ์ตามมาอย่างหนัก
ต่อมา ซุปเปอร์บอน ซึ่งเคยมีส่วนดูแลขุนศึก ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว โดยยืนยันอย่างชัดเจนว่า ไม่เคยมีการปลอมลายเซ็น เกิดขึ้น
ซุปเปอร์บอนระบุว่า นักมวยทุกคนที่อยู่ในความดูแลของตน จะได้รับและเห็นสัญญาก่อนขึ้นชกทุกครั้ง พร้อมย้ำว่า จะมีการถามนักมวยก่อนเสมอว่ายินยอมรับรายการชกหรือไม่ หากนักมวยตอบตกลง จึงจะมีการดำเนินการเรื่องสัญญาต่อไป
นอกจากนี้ ซุปเปอร์บอนยังอธิบายเพิ่มเติมว่า ในบางกรณีที่นักมวยไม่อยู่ ตนอาจเป็นผู้เซ็นแทนในฐานะหัวหน้าค่าย แต่จะทำก็ต่อเมื่อได้สอบถามและได้รับคำยินยอมจากนักมวยก่อนทุกครั้งเท่านั้น พร้อมย้ำว่า เรื่องที่ถูกกล่าวหานั้นไม่เป็นความจริง
พร้อมกันนี้ ซุปเปอร์บอนยังได้กล่าวถึงช่วงก่อนที่ขุนศึกจะมีชื่อเสียง โดยระบุในทำนองว่า ก่อนหน้านี้นักมวยรายดังกล่าวไม่มีรายการชก และเมื่อมีโอกาสขึ้นชก ก็ให้ความสำคัญกับค่าตัวและโอกาสบนเวทีเป็นหลัก กระทั่งเมื่อมีชื่อเสียงขึ้นมาแล้ว กลับเกิดประเด็นย้อนกลับมาถึงทั้งรายการและผู้ที่เคยให้โอกาส
อย่างไรก็ตาม ภายหลังโพสต์ของซุปเปอร์บอนเผยแพร่ออกไป ขุนศึกได้ออกมา ชี้แจงอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าตนเอง ไม่เคยกล่าวหาว่าถูกปลอมลายเซ็น
ขุนศึกระบุว่า สิ่งที่ตนต้องการสื่อจากคำว่า “โดนเหมือนกัน” นั้น หมายถึง การถูกกระทำในแง่ของสัญญา ไม่ใช่การยืนยันว่ามีใครปลอมลายเซ็นของตนแต่อย่างใด พร้อมย้ำว่า ตน ไม่เคยเห็นและไม่ได้เซ็นในข้อตกลงบางส่วน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องข้อห้าม ตามที่ถูกกล่าวอ้าง
ขุนศึกยังชี้แจงด้วยว่า ข่าวจากหลายเพจในโซเชียลมีการนำเสนอในลักษณะบิดเบือน จนทำให้สังคมเข้าใจผิดไปเองว่า ตนเองตกเป็นเหยื่อการปลอมลายเซ็น ทั้งที่ความตั้งใจของตนมีเพียงการออกมาปกป้องสิทธิของตัวเอง และอธิบายข้อเท็จจริงในส่วนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
เจ้าตัวยังย้ำชัดว่า ไม่มีเจตนาจะโจมตี หรือทำให้ฝั่งหัวหน้าค่ายเก่าเกิดความเสียหายแต่อย่างใด พร้อมทิ้งท้ายว่า ยังคงให้ความเคารพนับถือ ซุปเปอร์บอน เหมือนเดิม
จากประเด็นทั้งหมด ทำให้เรื่องสัญญาและสิทธิของนักมวยกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในยุคที่นักกีฬาเริ่มออกมาปกป้องสิทธิของตัวเองมากขึ้น ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นว่า การสื่อสารที่คลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและขยายกลายเป็นดราม่าระดับวงการได้ในเวลาอันรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ปมดังกล่าวยังคงต้องติดตามกันต่อว่า จะมีการชี้แจงเพิ่มเติมจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องอีกหรือไม่ และเรื่องนี้จะจบลงเพียงแค่ความเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือจะนำไปสู่การตรวจสอบในประเด็นสัญญาอย่างจริงจังในวงการมวยไทยต่อไป






