- 20 ก.ค. 2569
อู้ฟู่ เปิดเงินรางวัลบอลโลก 2026 หลัง กระทิงดุ "สเปน" สยบแชมป์เก่า "อาร์เจนตินา" ผงาดแชมป์สมัยที่ 2 FIFA World Cup
ฟุตบอลโลก 2026 ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ พร้อมกับความสำเร็จของทีมชาติสเปนที่ผงาดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 2 หลังเฉือนเอาชนะทีมชาติอาร์เจนตินา 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษของนัดชิงชนะเลิศ ขณะที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เปิดเผยรายละเอียดเงินรางวัลประจำทัวร์นาเมนต์ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการแข่งขันครั้งก่อน
World Cup 2026 เป็นทัวร์นาเมนต์แรกที่เพิ่มจำนวนทีมจาก 32 เป็น 48 ชาติ ส่งผลให้จำนวนแมตช์แข่งขันเพิ่มเป็น 104 นัด โดยฟีฟ่าอนุมัติงบประมาณสนับสนุนรวม 727 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินรางวัลสำหรับทีมชาติทั้ง 48 ทีม มีมูลค่ารวม 655 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 21,615 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 50% จากฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ซึ่งมีเงินรางวัลรวม 440 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และทีมแชมป์อย่างอาร์เจนตินาได้รับเงินรางวัล 42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การแข่งขันที่สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา ในฐานะเจ้าภาพร่วม จบลงด้วยการที่ทีมชาติสเปน ภายใต้การคุมทีมของ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ คว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 2 หลังเฉือนชนะอาร์เจนตินา 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษของนัดชิงชนะเลิศ
ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ "กระทิงดุ" โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แม้จะเริ่มต้นด้วยการเสมอเคปเวิร์ด 0-0 แต่หลังจากนั้นไม่แพ้ใครอีกเลย จบผลงานด้วยสถิติชนะ 7 เสมอ 1 ยิงได้ 14 ประตู และเสียเพียง 1 ประตู พร้อมสร้างสถิติคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้ทุกครั้งที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ รวมถึงทาบสถิติของอุรุกวัยและฝรั่งเศสที่เคยคว้าแชมป์โลก 2 สมัย
ด้านอาร์เจนตินา แม้จะพลาดการป้องกันแชมป์โลก แต่ ลิโอเนล เมสซี ยังสร้างสถิติส่วนตัวด้วยการเป็นกัปตันทีมที่ได้ลงเล่นตัวจริงในศึกฟุตบอลโลก 3 สมัย ได้แก่ ปี 2010, 2022 และ 2026
ส่วนทีมชาติอังกฤษปิดฉากการแข่งขันด้วยอันดับ 3 หลังเอาชนะฝรั่งเศส 6-4 ในเกมชิงอันดับ 3 ถือเป็นการคว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลกครั้งแรกของ "สิงโตคำราม" และยังเป็นผลงานดีที่สุดของทีมในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่จัดขึ้นนอกประเทศอังกฤษ
- สรุปอันดับฟุตบอลโลก 2026
แชมป์ : สเปน
รองแชมป์ : อาร์เจนตินา
อันดับ 3 : อังกฤษ
อันดับ 4 : ฝรั่งเศส
- ดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2026
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (ฝรั่งเศส) 10 ประตู
ลิโอเนล เมสซี่ (อาร์เจนตินา) 8 ประตู
จู๊ด เบลลิงแฮม (อังกฤษ) 7 ประตู
เออร์ลิง ฮาลันด์ (นอร์เวย์) 7 ประตู
แฮร์รี่ เคน (อังกฤษ) 6 ประตู
อุสมาน เดมเบเล่ (ฝรั่งเศส) 6 ประตู
ส่วนรางวัลประจำทัวร์นาเมนต์ แอสซิสต์สูงสุดตกเป็นของ ไมเคิล โอลีเซ่ จากฝรั่งเศส ทำไป 7 แอสซิสต์ ขณะที่ โรดรี้ คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยม, เปา กูบาร์ซี ได้รางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยม, อูไน ซิม่อน คว้ารางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม และรางวัลแฟร์เพลย์ตกเป็นของทีมชาตินอร์เวย์
สำหรับเงินรางวัลการแข่งขัน ฟีฟ่ากำหนดให้ทีมแชมป์ได้รับ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,650 ล้านบาท รองแชมป์ได้รับ 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 3 ได้รับ 29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอันดับ 4 ได้รับ 27 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- เงินรางวัลฟุตบอลโลก 2026 แต่ละอันดับได้เท่าไหร่?
ฟีฟ่ากำหนดเงินรางวัลสำหรับแต่ละอันดับ ดังนี้
แชมป์ : 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,650 ล้านบาท)
รองแชมป์ : 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,089 ล้านบาท)
อันดับ 3 : 29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 957 ล้านบาท)
อันดับ 4 : 27 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 891 ล้านบาท)
อันดับ 5-8 : 19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 627 ล้านบาท)
อันดับ 9-16 : 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 495 ล้านบาท)
อันดับ 17-32 : 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 363 ล้านบาท)
อันดับ 33 - 48 : 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 297 ล้านบาท)
นอกจากนี้ ทุกทีมที่ผ่านเข้าร่วมการแข่งขันยังได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มเติมทีมละ 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายตลอดการแข่งขันอีกด้วย
