“แฟนพันธ์แท้พระเกจิ” ถอดรหัสวิชาลับ จาก “ปู่โพธิสัตว์” ปริศนาธรรมจากคาถา4ตัวง่ายๆ ใช้ได้ครอบคลุมทุกอย่าง ตามแต่ใจอธิษฐาน

ติดตามเรื่องราวดีๆได้ที่ http://panyayan.tnews.co.th/

ทีมข่าว “ปัญญาญาณ-ทีนิวส์”  วันนี้มีความรู้จาก “ดร.รอบทิศ ไวยสุศรี” แฟนพันธุ์แท้ พระเกจิไทย และนักเขียนแนวพระเครื่อง เครื่องรางไทย เรื่องลึกลับแนวจิตวิญญาณ ซึ่งล่าสุดได้เผยแพร่ “คาถาดี”  จากครูอาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งถูกเรียกกันโดยกลุ่มศิษย์ว่า “ปู่โพธิสัตว์”

น่าเสียดายว่าทางทีมข่าว ไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้  ว่าแท้จริงปู่โพธิสัตว์เป็นใครจากไหน แต่สิ่งที่ ดร.รอบทิศ นำมาเผยแพร่นั้น นับว่าเป็นสิ่งประดับความรู้ และน่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับคอคาถาอาคมก็ดี  หรือแม้แต่ผู้ที่สนใจปฏิบัติภาวนาก็ดี  เพราะปู่โพธิสัตว์ท่านบอกไว้ว่า  เป็นคาถาที่ใช้ครอบคลุมยันถึงนิพพานเลยทีเดียว

โดยเนื้อหาในเฟซบุ๊ค มีใจความดังนี้

“แฟนพันธ์แท้พระเกจิ” ถอดรหัสวิชาลับ จาก “ปู่โพธิสัตว์” ปริศนาธรรมจากคาถา4ตัวง่ายๆ ใช้ได้ครอบคลุมทุกอย่าง ตามแต่ใจอธิษฐาน

(ดร.รอบทิศ ไวยสุศรี)

 

วิชา “อุมะอะมิ” สุดยอดวิชาธรรมจากปู่โพธิสัตว์

 

วันนี้ได้มีโอกาสคุยกับปู่โพธิสัตว์ เพื่อให้ท่านสอบวิชาที่ท่านถ่ายทอดให้ไว้เมื่อเดือนที่แล้วว่า ผมสามารถนำไปพิจารณาปฏิบัติได้ผลเป็นอย่างไร

เมื่อเดือนที่แล้ว ท่านได้มอบวิชาให้บทหนึ่งคือ “อุมะอะมิ” และให้คำอธิบายไว้สั้นๆว่า “อุ คือ อุเบกขา มะ คือ ปัญญา อะ คือ อธิษฐาน มิ คือ ไตรสรณคมน์ ดร.ลองเอาไปพิจารณาดูนะ ถ้าทำได้ มันจะไปได้ถึง สัมมาสติ เลยนะ ลองเอาไปรวมกับวิชาธาตุที่ดร.ศึกษาอยู่ก็ได้...”

เช่าพระคลิ๊กที่นี่ เช่าพระที่นี่

ผมก็เอาข้อธรรมนั้นกลับมาพิจารณาอยู่หลายวัน โดยลองเอามาพิจารณารวมกับวิชาธาตุของหลวงปู่ละมัยที่ผมกำลังศึกษาอยู่คือ “นะมะอะอุ” (นะ คือ ธาตุน้ำ มะ คือ ธาตุดิน อะ คือธาตุไฟ อุ คือธาตุลม) แล้วผมก็ได้คำตอบที่น่าสนใจในการปฏิบัติ ซึ่งเมื่อนำไปเล่าให้ปู่โพธิสัตว์ฟัง ท่านก็บอกว่า

 “สาธุ ดร.มาถูกทางแล้ว...”

 

โดยอาจสรุปแนวทางปฏิบัติจาก “อุมะอะมิ” ได้ดังนี้

“อุ” (คือ อุเบกขา และคือ ธาตุลม) – ธาตุลม หมายถึงการเคลื่อนไหว ดังนั้น “อุเบกขา” จึงไม่ใช่การทำใจให้สงบนิ่งอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่หมายถึง การมองและทำใจให้เห็นตามความเป็นจริงว่า ทุกสิ่งในโลกล้วนเป็น “อนิจจัง” เคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา เป็นไปตามธรรมดา ไม่มีอะไรอยู่นิ่งและเที่ยงแท้ถาวร หากเข้าใจว่าทุกอย่างในโลกล้วนเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ จิตย่อมปล่อยวางและเข้าถึงความเป็น “อุเบกขา” ทำใจให้สงบนิ่งในการเคลื่อนไหวได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่ไปพยายามบังคับให้ทุกสิ่งสงบนิ่งซึ่งเป็นไปไม่ได้ (ตรงนี้เองที่ทำให้ผมเข้าใจที่ปู่บอกว่า อุเบกขา เป็นสัมมาสติ ได้อย่างไร ก็คือ จิตที่มองเห็นความเคลื่อนไหวของทุกสิ่งทั้งรูปและนามนั้น จะต้องเป็นจิตที่มีมหาสติในการตามดูสภาวะต่างๆที่เคลื่อนไหวตามความเป็นจริงอยู่ตลอดเวลา เห็นกายเคลื่อนไหวก็รู้ เห็นจิตคิด ก็รู้ ซึ่งการเห็นตามความจริงตลอดเวลาเช่นนี้ ต้องเป็นระดับสัมมาสติในมรรค 8 เลยถึงจะทำได้อย่างต่อเนื่องและเห็นตามความเป็นจริง)

  “แฟนพันธ์แท้พระเกจิ” ถอดรหัสวิชาลับ จาก “ปู่โพธิสัตว์” ปริศนาธรรมจากคาถา4ตัวง่ายๆ ใช้ได้ครอบคลุมทุกอย่าง ตามแต่ใจอธิษฐาน

(ดร.รอบทิศ ไวยสุศรี ถ่ายกัทบหลวงตาม้าวัดถ้ำเมืองนะ)

“มะ” (คือ ปัญญา และ คือ ธาตุดิน) – ธาตุดิน หมายถึงความสงบนิ่ง ดังนั้น “ปัญญา” จึงไม่ใช่การใช้ความคิดวิ่งวุ่นฟุ้งซ่านไปพิจารณาสิ่งนั้นสิ่งนี้ให้วุ่นวาย แต่ปัญญาจะเกิดได้ เมื่อเรามี “อุเบกขา” คือมองเห็นว่า ทุกสิ่งในโลกล้วนเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปเป็นธรรมดา จิตก็จะเห็นการเคลื่อนไหวของรูปและนามอย่างแท้จริง ปัญญาก็จะเกิดขึ้นท่ามกลางการมองเห็นความเคลื่อนไหวนั้นว่า ทุกสิ่งในโลก เมื่อ เป็น “อนิจจัง ไม่เที่ยง” ก็ต้องกลายเป็น “ทุกขัง ทนอยู่ไม่ได้” ต้องปรวนแปรแตกสลายดับสิ้นไปเป็นธรรมดา ปัญญาที่เกิดขึ้นนั้น จะทำให้จิตเราเข้าถึง “ธาตุดิน” หรือแผ่นดิน นั่นคือ ใครจะทิ้งขยะ จะถ่มน้ำลาย จะอุจจาระ ปัสสาวะ จะกระทืบเหยียบย่ำผืนดินอย่างไร ผืนดินก็รับได้หมดอย่างไม่หวั่นไหว ใจของผู้ที่มีปัญญาเข้าใจว่าทุกสิ่งในโลก ล้วนเปลี่ยนแปลง (อนิจจัง) และดับไป (ทุกขัง) เป็นธรรมดา ย่อมเป็นจิตที่ไม่หวั่นไหวต่อโลก ความไม่หวั่นไหวนี้ ไม่ใช่เพราะจิตเขาสงบนิ่ง แต่เป็นเพราะเขาเห็นการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงของทุกสิ่งอย่างแท้จริงต่างหาก เมื่อนั้นจิตเขาย่อมเข้าถึงปัญญาที่มั่นคงดั่งแผ่นดินที่ไม่หวั่นไหว เพราะเขาเห็นแล้วว่าทุกสิ่งล้วนเคลื่อนไหว

“อะ” (คือ อธิษฐาน และคือ ธาตุไฟ) – ธาตุไฟ หมายถึง พลังงาน การทำลาย เมื่อจิตมีอุเบกขาจนเห็น “อนิจจัง” ก็จะเกิดปัญญาเห็น “ทุกขัง” จิตนั้นก็จะเกิดพลังงานขับเคลื่อนในการอธิษฐานตั้งใจพาตนเองไปสู่ความจริงตัวสุดท้ายคือ “อนัตตา” เผาทำลายความเป็นตัวเราของเราให้หมดสิ้นไป เมื่อไม่มีตัวเราของเรา ก็ไม่มีตัวเรา ที่จะรับ “ความทุกข์” อีกต่อไป มีแต่ความเข้าใจ “ทุกข์ “ ตามความเป็นจริงว่า ทุกสิ่งในโลกล้วนเป็นทุกข์ คือทนอยู่ไม่ได้ ต้องแตกสลายไปเป็นธรรมดา ทุกข์ จึงไม่ใช่ ความทุกข์ในใจ แต่เป็นแค่สภาวะการเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติเท่านั้น (ปู่โพธิสัตว์เสริมว่า อะ ตัวนี้ จะเอาไปพิจารณาธรรมก็ได้ จะเอาไปใช้ให้เกิดพลังงานทางฤทธิ์ก็ได้ ถ้าชำนาญแล้ว สามารถใช้เป็นตัวฐานในการทำได้ทุกอย่าง ทั้งอิทธิฤทธิ์ บุญฤทธิ์ จนไปถึงการดับทุกข์)

“มิ” (คือ ไตรสรณคมน์ การเข้าถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์) – เมื่อจิตเป็น “อุเบกขา” ด้วย “ธาตุลม” จนเข้าใจ ”อนิจจัง” ก็จะทำให้เข้าถึง “ปัญญา” ด้วย “ธาตุดิน” จนเข้าใจ “ทุกขัง” และทำให้เข้าถึง “อธิษฐาน” ด้วย ธาตุไฟ จนเข้าใจ “อนัตตา” แล้ว จิตก็จะไม่ต้องการ “นะ” คือธาตุน้ำ ซึ่งเป็นธาตุต้นกำเนิดของทุกสรรพสิ่งอีกต่อไป เพราะจิตจะมี “มิ” คือ พระไตรสรณคมน์เข้ามาแทนที่ ไม่ต้องเกิดตายวนเวียนในแม่น้ำแห่งวัฏฏสงสารอีกต่อไป

  “แฟนพันธ์แท้พระเกจิ” ถอดรหัสวิชาลับ จาก “ปู่โพธิสัตว์” ปริศนาธรรมจากคาถา4ตัวง่ายๆ ใช้ได้ครอบคลุมทุกอย่าง ตามแต่ใจอธิษฐาน

(หลวงปู่ดู่ หลวงปู่ทวด พระโพธิสัตว์)

ปู่บอกว่า วิชานี้ เอาไปใช้ได้ทั้งหมด จะเอา อิทธิฤทธิ์ บุญฤทธิ์ หรือ นิพพานก็ได้หมด อยู่ที่อธิษฐานใช้

ที่สำคัญคือต้องทำให้ถึง เริ่มด้วยการจับตัวใดตัวหนึ่งให้ชัดเจนเห็นจริงที่สุดก่อน อย่าเพิ่งกระจายไปทั่ว เพราะจิตเรายังไม่มีกำลังพอ ต้องทำตัวใดตัวหนึ่งให้ชำนาญที่สุดก่อน จึงจะค่อยๆ พัฒนาจนครบถ้วนกระบวนการต่อไปได้

 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล : facebook /รอบทิศ ไวยสุศรี

 

logo-pwa

เพิ่ม Tnews

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด