- 24 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
”วันมาฆบูชา (บาลี: มาฆปูชา; อักษรโรมัน: Magha Puja)”ถือเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของชาวพุทธอย่างเรา ซึ่ง ปีนี้ตรงกับ วันพฤหัสที่ 1 เดือน มีนาคม ปี 2561 โดยมีสิ่งหนึ่งที่ชาวพุทธพึงนิยมยึดปฏิบัติกันในช่วงของ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ "การเวียนเทียน"นั่นเองค่ะ
ซึ่งในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ชาวพุทธอย่างเราเรามักจะนิยมไปทำบุญไหว้พระกันในตอนเช้าและเวียนเทียนในตอนเย็น ซึ่งในการเวียนเทียนนั้นนอกจากจะเป็นการไปเคารพบูชากราบไหว้ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว "อานิสงส์ของการเวียนเทียน" ถือเป็นอีกเรื่องราวที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยทราบมาก่อน และใน”วันมาฆบูชา”นี้ใครที่กำลังคิดว่าจะเตรียมตัวไปเวียนเทียนกันอยู่ล่ะก็ ผู้เขียนอยากให้ทุกคนลองแวะเข้ามาอ่านบทความเรื่องอานิสงส์ ของเวียนเทียนกันสักหน่อยก่อนดีกว่านะคะ จะได้เข้าใจในความหมายของการเวียนเทียนและปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง ได้รับอานิสงส์จากการเวียนเทียนครบบริบูรณ์
การเวียนเทียน 3 รอบ สำหรับการเวียนเราจะเริ่มต้นเวียนขวาก่อนนะคะ ก็คือการเอาสิ่งที่เราเคารพไว้ด้านขวา เรียกว่าความเคารพต่อพระธาตุเจ้า การประทักษิณเราจะต้องตั้งปณิธาน การที่ให้เวียน 3 รอบนั้น เพื่อให้รู้สังสารวัฏเรานี้ มันมีเวียนว่ายตายเกิด เหมือนวงล้อมันหมุนไปแล้วมันกลับมาที่เดิม หาเบื้องต้นและเบื้องปลายไม่ได้ สังสารวัฏของเรานี้ไม่มีเบื้องต้นและเบื้องปลาย ถ้าตัวเราไม่ได้ปฏิบัติธรรมแล้ว วิญญาณของคนเรานี้ จะไม่มีที่สิ้นสุด โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ข้อใหญ่ๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ คือ
1.การเวียนเทียน กระทำขึ้นเพื่อการเคารพบูชาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์
2.เมื่อวนสามรอบจะได้นึกถึงสังสารวัฏนี้เพื่อจะได้มีใจปฏิบัติ เพื่อจะได้หลุดพ้นจากสังสารวัฏนี้
สังสารวัฏ นี้ประกอบด้วย กรรมวัฏฏ์ วิบากวัฏฏ์ กิเลสวัฏฏ์ คือ อะไรทำให้วนเวียน, กรรมวัฏฏ์ วิบากวัฏฏ์ คือ ผลของกรรมที่ทำให้วนเวียน, กิเลสวัฏฏ์ คือ กิเลสทำให้เรามาวนเวียน
ทีนี้เราจะออกจากสังสารวัฏนี้ เราจะออกทางไหน คือ ออกทางกิเลสให้กำหนดทางกิเลส เห็นหนอ ได้ยินหนอ ได้กลิ่น ได้รสหนอ ถูกหนอ อันนี้คือตัดเลย เมื่อมีความโกธรเกิดขึ้นมีสติกำหนด เมื่อมีความโลภเกิดขึ้นมีสติกำหนด เมื่อมีความหลงเกิดขึ้นให้มีสติกำหนด ให้ตัดอย่างนี้เพื่อที่จะเข้าถึงความพ้นทุกข์
นอกจากนี้การเวียนเทียนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนายังได้อานิสงส์เพิ่มเติมดังต่อไปนี้
1.ทำให้เกิดตบะเดชะ พลังอันเลิศในธรรมยิ่ง ๆ ขึ้น
2.ทำให้ดวงจิตสูงระหง เป็นองค์ทอง จะเกิดประกายรังสีขึ้นอย่างสวยงามและเปล่งประกายรัศมีเป็นสีทองผ่องใสอย่างอัศจรรย์
3.ทำให้กาย วาจา ใจ เกิดความสงบ สะอาด สว่าง อย่างยิ่ง
4.ผู้ยังไม่ซึ้งในธรรมจะเกิดปิติยินดีซาบซึ้ง ทำให้เจริญธรรมสูงยิ่งๆ ขึ้น ผู้ที่เจริญธรรมแล้ว จะได้เพิ่มพูนพลังทอง พลังธรรม นำจิตให้เหนือโลก พ้นโลก
5. ผู้ที่มีกรรมเวรหนัก ๆ โดยไม่สนใจในธรรม ไม่เชื่อในคำสอนของพระชินวรสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อได้บำเพ็ญบารมีขอขมาใหญ่ทั้งกาย วาจา ใจ ในชีวิตแล้ว กรรมหนักจะทุเลาเบาบางจางหายกลับกลายป็นคนใจดีใจงามในธรรม ได้ด้วยอานุภาพแห่งบารมีอันเป็นมหากุศลนี้อย่างแท้จริง
6. ทำให้กายใจ สลัดออกจากภูมิเปรต เดรัจฉาน ทั้งบันดาลให้จิตหลุดจากโคตรปุถุชน พ้นอบายภูมิได้
7. ทำให้ไม่ลืมตัว หลงตัว ลดทิฐิมานะ ได้เป็นที่รักของมนุษย์ พรหม และเทวดาทั้งหลาย
8. ทำให้ตัดกรรม ตัดเวร ทางจิตได้โดยพลัน
9. การบำเพ็ญความดีเลิศครั้งนี้ เพื่อเป็นการสะสมอารมณ์ไปสู่นิพพานอย่างแท้จริง
ขอขอบคุณท่านผู้เป็นเจ้าของเครดิตภาพที่ผู้เขียนได้นำมาจาก(อินเตอร์เน็ต)เพื่อใช้ในการแสดงประกอบเนื้อหาสาระข้อมูลนี้ค่ะ!! ขอบคุณที่มาของภาพข้อมูลจาก:วิกิพีเดีย, ,และข้อมูลเพิ่มเติม,(บางส่วน)
จาก :อินเตอร์เน็ตค่ะ
เรียบเรียงโดย: โชติกา พิรักษา และ ศศิภา ศรีจันทร์ ตันสิทธิ์
