- 13 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกระแสละครชื่อดังแห่งยุคอย่าง บุพเพสันนิวาส ที่เป็นละครพิเรียดย้อนยุค โดยเนื้อเรื่องเป็นเรื่องราวในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยละครเรื่องนี้เป็นละครที่มีเนื้อเรื่องสนุกสนานและแฝงไปด้วยความรู้ในเรื่องของประวัติศาสตร์ ความน่าสนใจของละครเรื่องนี้เป็นตัวละครที่มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ นอกจากนี้สถานที่ที่ละครได้ไปถ่ายทำก้เป็นวัดที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะเป็นโบราณสถานที่สำคัญ จากกระแสนี้เองทำให้มีคนหลั่งไหลเข้าไปเที่ยวตามรอยละคร บุพเพสันนิวาสกันเป็นจำนวนมาก
ล่าสุดผู้ใช้เฟสบุ๊ค Rungthip Thonglee ได้โพสต์ข้อความและรูปภาพขณะที่ได้ไปเที่ยวที่ วัดเชิงท่า ตามรอยละคร บุพเพสันนิวาส เป็นภาพที่น่าเศร้า เพราะมีความเสียหายจากการเที่ยวโบราณสถาน จนทำให้ขอบหน้าต่างวัดเชิงท่าเกิดหัก เนื่องจากมีคนขึ้นไปนั่งบนขอบหน้าต่าง โดยระบุข้อความว่า
ฉันในฐานะคนพระนครศรีอยุธยา คนที่มาถ่ายรูปโบราณสถานหรือตามรอยการะเกด ขอความกรุณาให้ช่วยดูแลรักษาโบราณสถานกันด้วยค่ะ จะได้เก็บไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้ดู
ขอความกรุณามา ณ ที่นี้ค่ะ
**จากภาพเป็นบุคคลที่นั่งขอบหน้าต่างของวัดเชิงท่าจนหัก
เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยขอให้นักท่องเที่ยวที่เข้าเยี่ยมชมโบราณสถานไม่ว่าจะเป็นสถานที่ไหน ก็ขอให้ทำตามกฎกติกา ช่วยกันอนุรักษ์โบราณสถานที่บรรพบุรุษต่างหวงแหน ให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้ชมความงมงามของโบราณสถานของไทยต่อไป
สำหรับวัดแห่งนี้มีตำนานการก่อสร้างหลายสำนวน ทั้งในประวัติศาสตร์และวรรณคดี เช่น ตำนานว่ามีเศรษฐีสร้างเรือนหอให้บุตรสาวซึ่งหนีตามชายคนรักไปแล้วไม่ย้อนกลับ จึงถวายเรือนหอแก่วัดที่สร้างขึ้น ชื่อว่า วัดคอยท่า ซึ่งปรากฎในนิราศทวารวดีของหลวงจักรปราณีแต่หลักฐานทางประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า เมื่อพระยาโกษาปานราชทูตไทยสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กลับมาจากฝรั่งเศสแล้วได้มาปฏิสังขรณ์วัดนี้และเปลี่ยนชื่อเป็นวัดโกษาวาส รวมทั้งเป็นสถานศึกษาของนายสิน หรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ได้ทรงศึกษาภาษาไทย ขอมและพระไตรปิฎกที่วัดนี้
บริเวณวัดยังมีโบราณสถานสำคัญประจำวัด ได้แก่ ปรางค์ห้ายอดสมัยอยุธยา ซึ่งมีลักษณะพิเศษหาที่อื่นไม่ได้ โดยก่อฐานพระปรางค์เป็นทรงแท่งสี่เหลี่ยมจตุรัสและสร้างวิหารยื่นออกไปเป็นรูปกากบาทหรือไม้กางเขนโดยเฉพาะทางทิศใต้ซึ่งเป็นหน้าวัดแต่เดิม สร้างเป็นวิหารขนาดใหญ่เป็นมหาปราสาทยอดปรางค์ที่พบที่วัดเชิงท่านี้แห่งเดียว ส่วนศาลาการเปรียญสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ภายในมีธรรมาสน์ปิดทองคำเปลวงดงาม ลายจำหลักไม้หน้าบันว่ากันว่าเป็นของเดิมที่เหลือรอดมาจากครั้งกรุงแตก ซึ่งย้ายมาจากวัดพระศรีสรรเพชญ์ในพระราชวังโบราณและยังมีงานช่างฝีมือเล็กๆ น้อยๆ มากมาย เช่น ลายจำหลักไม้ที่ส่วนบน ที่เรียกว่านมบนของอกเลา หรือสันกลางบานประตูหน้าต่าง ซึ่งสลักลวดลายแต่ละบานไม่ซ้ำกันเลย ทั้งลายไทย จีนและฝรั่งเสาแต่ละต้นก็มีลายมือสมัยรัชกาลที่ 4 เขียนไว้อย่างบรรจง ถึงชื่อช่างที่เขียนลายประดับเสาต้นนั้นๆ
ทั้งนี้ก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก ถึงการกระทำที่ไร้จิตสำนึกของบุคคลที่เข้าไปท่องเที่ยวแล้วทำให้โบราณสถานที่สำคัญเช่นนี้ เกิดความเสียหาย
ขอบคุณข้อมูลจาก : เฟสบุ๊ค Rungthip Thonglee
https://thai.tourismthailand.org
ขอบคุณคลิปจาก : ละคร บุพเพสันนิวาส ช่อง 3
