อะไรก็จำชื่อไม่ได้ คือรูปถ่ายติดๆกันไเป็นม้วนยาวๆ!! เปิดบันทึกของ "พระพุทธเจ้าหลวง" ถึงประดิษฐกรรมภาพยนตร์ ของนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของโลก !!

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

อะไรก็จำชื่อไม่ได้ คือรูปถ่ายติดๆกันไเป็นม้วนยาวๆ!! เปิดบันทึกของ "พระพุทธเจ้าหลวง" ถึงประดิษฐกรรมภาพยนตร์ ของนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของโลก !!

 

            หากพูดถึงภาพยนตร์ไทย มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกถ่ายทำในเมืองไทย คือ เรื่อง นางสาวสุวรรณ ผู้สร้าง คือ บริษัทภาพยนตร์ ยูนิเวอร์ซัล ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้ผู้แสดงทั้งหมดเป็นคนไทย พ.ศ. ๒๔๗๐ ภาพยนตร์เรื่อง โชคสองชั้น เป็นภาพยนตร์ขนาด ๓๕ มิลลิเมตร ขาว-ดำ ไม่มีเสียง ได้รับการยอมรับให้เป็นภาพยนตร์ประเภทเรื่องแสดงเพื่อการค้าเรื่องแรกที่สร้างโดยคนไทย แต่หารู้ไม่ว่า คนไทยคนแรกที่ได้ดูภาพยนตร์ คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ 

อะไรก็จำชื่อไม่ได้ คือรูปถ่ายติดๆกันไเป็นม้วนยาวๆ!! เปิดบันทึกของ "พระพุทธเจ้าหลวง" ถึงประดิษฐกรรมภาพยนตร์ ของนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของโลก !!

 

           ประวัติภาพยนตร์ในประเทศไทยได้เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๓๙ ตามบันทึก เมื่อรัชกาลที่ ๕ เสด็จเยือนสิงคโปร์และชวาครั้งนั้น พระองค์ท่านได้ทอดพระเนตรประดิษฐกรรมภาพยนตร์ของโทมัส อัลวา เอดิสัน ที่เรียกว่า Kinestoscope ที่ได้มีผู้จัดถวาย เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๔๓๙ โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชนิพนธ์ถึงประดิษฐกรรมแปลกใหม่นี้ว่า "อะไรก็จำชื่อไม่ได้ คือรูปถ่ายติดๆ กันไปเป็นม้วนยาวๆ เอาเข้าในเครื่องไฟฟ้าหมุนไป และเห็นเหมือนรูปนั้นกระดิกได้ ด้วยสามารถแห่งความเปลี่ยนเร็วของรูปเปนต้นว่าชนไก่ ตั้งแต่แรกชน เมื่อไก่จะโดดหันไปหันมาอย่างไร ขนร่วงแลเซซวน คนที่เปนผู้ชมยื่นมือไปพนันต่อรองกันเมื่อใด เห็นเหมือนอย่างรูปนั้นกระดิกไปได้ ม้วนหนึ่งใช้รูปถึง ๑๔๐๐ ท่า

(ดังนั้นจึงถือว่าพระองค์ท่านเป็นบุคคลแรกในไทยที่ได้ชมภาพยนตร์ตามที่ได้มีหลักฐานบันทึกไว้)

อะไรก็จำชื่อไม่ได้ คือรูปถ่ายติดๆกันไเป็นม้วนยาวๆ!! เปิดบันทึกของ "พระพุทธเจ้าหลวง" ถึงประดิษฐกรรมภาพยนตร์ ของนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของโลก !!

 

             สำหรับ "คิเนโตสโคป" (Kinetoscope) ซึ่งมีในสมัยรัชกาลที่ ๕ มีลักษณะเป็นตู้สูงประมาณ ๔ ฟุต มักเรียกชื่อว่า "ถ้ำมอง" มีลักษณะการดูผ่านช่องเล็กๆ ดูได้ที่ละคน ภายในมีฟิล์มภาพยนตร์ซึ่งถ่ายด้วยกล้องคิเนโตกราฟ (Kenetograph)  ที่เอดิสันประดิษฐ์ขึ้นเอง ฟิล์มยาวประมาณ ๕๐ ฟุต วางพาดไปมา เคลื่อนที่เป็นวงรอบ ผ่านช่องที่มีแว่นขยายกับหลอดไฟฟ้าด้วยความเร็ว ๔๘ ภาพต่อวินาที ต่อมาลดลงเหลือ ๑๖ ภาพต่อวินาที นั่นเอง

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล Sahamongkolfilm International

อ้างอิงจาก ภาพยนตร์ไทย : พัฒนาการความคิดด้านศิลปวัฒนธรรมในสังคมไทย นพดล อินทร์จันทร์ หน้า 32

ขอบคุณภาพจาก : http://pirun.ku.ac.th