เจดีย์โบราณที่ตั้งอยู่เพียงลำพัง แม้วัดจะถูกทำลาย!! เปิดที่มาชื่อ "เจดีย์นักเลง" วัดสามปลื้ม ซากแห่งอารยธรรมที่ไม่ได้ถูกทำลายไปตามกาลเวลา!!

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

เจดีย์โบราณที่ตั้งอยู่เพียงลำพัง แม้วัดจะถูกทำลาย!! เปิดที่มาชื่อ "เจดีย์นักเลง" วัดสามปลื้ม ซากแห่งอารยธรรมที่ไม่ได้ถูกทำลายไปตามกาลเวลา!!

 

          "เจดีย์นักเลง" จ.พระนครศรีอยุธยา หรือ "เจดีย์วัดสามปลื้ม" เจดีย์ขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านบนเกาะ วงเวียนกลางถนน จนเป็นที่น่าแปลกประหลาดแก่คนต่างถิ่นว่าเหตุใด จึงมีเจดีย์มาตั้งอยู่ตรงนี้ เพราะซึ่งบริเวณนี้เคยเป็นวัด ชื่อว่า วัดสามปลื้ม มาก่อนในสมัยโบราณ ปัจจุบันเจดีย์วัดสามปลื้มเหลือเพียงองค์เจดีย์ตั้งอยู่ตามลำพัง ส่วนอื่นๆของวัดสามปลื้มถูกทำลายไปหมดแล้ว เจดีย์วัดสามปลื้มเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น กรมศิลปากรบูรณะเจดีย์องค์นี้ไว้ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และคงลักษณะสำคัญโดยรวมเอาไว้

เจดีย์โบราณที่ตั้งอยู่เพียงลำพัง แม้วัดจะถูกทำลาย!! เปิดที่มาชื่อ "เจดีย์นักเลง" วัดสามปลื้ม ซากแห่งอารยธรรมที่ไม่ได้ถูกทำลายไปตามกาลเวลา!!

 

             เจดีย์นักเลงที่วัดสามปลื้ม ตั้งอยู่กลางวงเวียนทางเข้าเมืองด้านทิศตะวันออก ก่อนขึ้นสะพานปรีดี-ธำรง และสะพานนเรศวร ข้ามแม่น้ำป่าสักมุ่งสู่เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันเจดีย์วัดสามปลื้มเหลือเพียงองค์เจดีย์ตั้งอยู่ตามลำพัง ส่วนอื่นๆของวัดสามปลื้มถูกทำลายไปหมดแล้ว เจดีย์วัดสามปลื้มเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น กรมศิลปากรบูรณะเจดีย์องค์นี้ไว้ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และคงลักษณะสำคัญโดยรวมเอาไว้

 

เจดีย์โบราณที่ตั้งอยู่เพียงลำพัง แม้วัดจะถูกทำลาย!! เปิดที่มาชื่อ "เจดีย์นักเลง" วัดสามปลื้ม ซากแห่งอารยธรรมที่ไม่ได้ถูกทำลายไปตามกาลเวลา!!

 

             ความสำคัญของเจดีย์วัดสามปลื้มนั้น ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าวัดสามปลื้มสร้างในสมัยใด ส่วนตัวเจดีย์ที่เห็นในปัจจุบันก็เหลือเพียงเจดีย์ทรงกลม ฐานแปดเหลี่ยม ก่ออิฐไม่สอปูน ซึ่งเป็นแบบเจดีย์สมัยอโยธยา คาดว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนต้นมีเรื่องเล่าต่อๆ กันว่าเจดีย์วัดสามปลื้มสร้างในสมัยพระนารายณ์มหาราช โดยมารดาของเจ้าพระยาโกษา (เหล็ก) และเจ้าพระยาโกษาปาน (ปาน) เป็นแม่นมของพระนารายณ์มหาราช เรียกกันว่าเจ้าแม่ดุสิต (บัว) ดีใจที่ลูกชายไปรบแล้วชนะศึกสงคราม ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง จึงสร้างเจดีย์วัดสามปลื้มขึ้น โดยเจดีย์วัดสามปลื้มเคยได้รับการบูรณะครั้งหนึ่ง สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติเมื่อปี ๒๔๘๖

 

เจดีย์โบราณที่ตั้งอยู่เพียงลำพัง แม้วัดจะถูกทำลาย!! เปิดที่มาชื่อ "เจดีย์นักเลง" วัดสามปลื้ม ซากแห่งอารยธรรมที่ไม่ได้ถูกทำลายไปตามกาลเวลา!!

(โกษาธิบดีปาน)

 

เจดีย์โบราณที่ตั้งอยู่เพียงลำพัง แม้วัดจะถูกทำลาย!! เปิดที่มาชื่อ "เจดีย์นักเลง" วัดสามปลื้ม ซากแห่งอารยธรรมที่ไม่ได้ถูกทำลายไปตามกาลเวลา!!

(โกษาธิบดีเหล็ก)

เจดีย์โบราณที่ตั้งอยู่เพียงลำพัง แม้วัดจะถูกทำลาย!! เปิดที่มาชื่อ "เจดีย์นักเลง" วัดสามปลื้ม ซากแห่งอารยธรรมที่ไม่ได้ถูกทำลายไปตามกาลเวลา!!

 

              ปัจจุบันตัววัดนั้นไม่มีให้เห็นแล้ว สิ่งที่ยืนยันได้ว่าอาณาบริเวณแถบนี้คือวัดคือ "เจดีย์วัดสามปลื้ม" เนื่องจากเมื่อความเจริญคืบคลานเข้ามา มีการสร้างถนนเข้ามาในพระนครศรีอยุธยา จึงได้ตัดผ่าเข้ามากลางพื้นที่ของวัดโบราณ ไม่ว่าจะเป็นวัดแม่นางปลื้ม วัดแม่ย่า ฯลฯ ล้วนถูกทำลายซากโบราณสถานต่างๆ ย่อยยับ

              มีเรื่องเล่าว่าเมื่อมีการตัดถนนผ่านตัวเมืองแรกๆ มีความต้องการตัดผ่านตัวเจดีย์ จึงจำเป็นต้องรื้อถอนเจดีย์นี้ออก และสร้างถนนทับ แต่ว่าได้มีกลุ่มนักเลงไม่ยอม มีการคัดค้านการรื้อถอนของเจดีย์นี้ สุดท้ายการก่อสร้างจึงจำเป็นต้องตัดถนนอ้อมตัวเจดีย์ ชาวบ้านบางส่วนจึงขนานกันว่า "เจดีย์นักเลง" เจดีย์ที่ตั้งตระหง่านไม่หลบให้ถนน ซึ่งเป็นซากแห่งรอยอารยธรรมที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองถึงขีดสุดของมหานครนามว่า...อโยธยาศรีรามเทพนคร

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ นิทรรศการพลังแผ่นดิน อัศจรรย์งานศิลป์แผ่นดินสยาม

ขอบคุณท่านเจ้าของภาพมา ณ โอกาสนี้