- 09 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากละครชื่อดังแห่งยุค "บุพเพสันนิวาส" ที่กำลังเป็นกระแสแรงอยู่ในขณะนี้ ด้วยเนื้อเรื่องที่น่าสนใจและมีความสนุกสนาน สอดแทรกความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในสมัยนั้น และยังมีตัวละครที่มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์อีกด้วย อย่างเช่น โกษาธิบดี (ปาน) ที่มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าคณะราชทูตในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่เดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศส หลังจากที่คณะราชฑูตของฝรั่งเศส ได้เข้ามาถวายพระราชสาส์นของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ต่อขุนหลวงนารายณ์ สำหรับการเดินทางไปแผ่นดินฝรั่งเศสในครั้งนี้ หลายคนสงสัยว่า คณะราชฑูตเดินทางไปด้วยวิธีใด
ทั้งนี้ ผู้ใช้เฟสบุ๊ค Thavatchai Tangsirivanich ได้เล่าถึงเส้นทางการเดินเรือของคณะราชฑูตของสยาม ที่นำโดย เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) และได้มีคณะราชฑูตของฝรั่งเศสที่นำพระราชสาส์นของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ถวายต่อขุนหลวงนารายณ์ ร่วมเดินทางไปด้วย นอกจากนี้ยังได้เล่าถึงปาฏิหาริย์ เรื่องเหลือเชื่อที่มีบันทุกในพงศาวดาร โดยระบุข้อความว่า
โกษาปาน เส้นทางเดินเรือ และเรื่องเหลือเชื่อในพงศาวดาร
ในช่วงปลายสมัยพระนารายณ์ การดำเนินนโยบายผูกมิตรกับฝรั่งเศสได้รับการกล่าวขานเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนคณะราชทูตระหว่างปี ค.ศ. ๑๖๘๕-๑๖๘๖ เริ่มด้วยคณะราชทูตฝรั่งเศสที่นำโดยเชอวาลิเยร์ เดอ โชมงต์ (The Chevalier de Chaumont) เดินทางมาเข้าเฝ้าพระนารายณ์ ณ พระที่นั่งสรรเพชญมหาปราสาท ในวันที่ ๑๘ ตุลาคม ค.ศ. ๑๖๘๕ ตามด้วยคณะราชทูตสยามที่นำโดยออกพระวิสุทธสุนทร (โกษาปาน) เข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ณ พระราชวังแวร์ซายส์ ในวันที่ ๑ กันยายน ค.ศ. ๑๖๘๖
ในบทความชิ้นนี้ ผมอยากย้อนรอยเส้นทางไปฝรั่งเศสของโกษาปาน และไขปริศนาเรื่องปาฏิหาริย์ระหว่างการเดินทางที่บันทึกอยู่ในพงศาวดาร โดยศึกษาข้อมูลรายละเอียดในแผนที่ (ขวาบน) ผนวกกับข้อมูลในบันทึกของราชทูตเดอ โชมงต์ บันทึกรายวันของบาทหลวงเดอ ชัวซี (The Abbe de Choisy) และวรรณคดีนิราศ "ต้นทางฝรั่งเศส" เอกสารชั้นต้นชองฝ่ายสยามที่เพิ่งถูกค้นพบ
แผนที่ "Route Maritime de Brest a Siam, et de Siam a Brest" คือแผนที่แสดงเส้นทางเดินเรือระหว่างเมืองท่าแบรสต์ในฝรั่งเศสและกรุงศรีอยุธยาของคณะราชทูตเดอ โชมงต์ (ขนาดแผนที่ ๔๔.๕ ซ.ม. x ๗๓.๐ ซ.ม.) เขียนโดยบาทหลวงวินเซนโซ โคโรเนลลี (Vincenzo Coronelli) จัดพิมพ์โดยฌ็อง-แบ็ปติสต์ โนแลง (Jean-Baptiste Nolin) ที่กรุงปารีส เมื่อปี ค.ศ. ๑๖๘๗ แผนที่นี้มีแผนผังขนาดย่อรวมอยู่ด้วยจำนวน ๔ ผัง คือแผนผังกรุงศรีอยุธยา (Siam) ละโว้ (Louvo) ปัตตาเวีย (Batavia) และแหลมกู๊ดโฮป (Cap de Bonne Esperance) เส้นประบนแผนที่คือเส้นทางที่คณะราชทูตเดอ โชมงต์ ใช้ในการเดินทางมาสยาม ส่วนเส้นทึบคือเส้นทางที่คณะราชทูตโกษาปานใช้ในการเดินทางไปฝรั่งเศส
คณะราชทูตโกษาปานที่เดินทางไปฝรั่งเศสมีออกพระวิสุทธสุนทร (โกษาปาน) เป็นราชทูต ออกหลวงกัลยาราชไมตรี เป็นอุปทูต ออกขุนศรีวิสารวาจา เป็นตรีทูต ทั้งยังมีขุนนาง อาลักษณ์ นักเรียน และบริวารรับใช้ติดตามอีกราวยี่สิบคน ออกเดินทางกับเรือรบหลวงลัวโซ (l'Oiseau) ของฝรั่งเศส เมื่อตอนเช้าของวันที่ ๒๒ ธันวาคม ค.ศ. ๑๖๘๕ จากปากน้ำเจ้าพระยาสู่อ่าวสยาม (Golfe de Siamในแผนที่) บ่ายหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ พอพ้นปลายแหลมกัมพูชาก็เปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าสู่เกาะติม็องต์ (Pullo Timaon) ถึงเกาะติม็องต์ (๓๐ ธันวาคม) ผ่านเส้นศูนย์สูตร (๑ มกราคม ค.ศ. ๑๖๘๖) ผ่านเข้าช่องแคบบังกา (Detroit de Banca) ใกล้เกาะสุมาตรา (๓ มกราคม) ก่อนจะจอดทอดสมอที่เมืองบันตัม (Bantan, ๑๑ มกราคม) หลังแวะซื้อเสบียงอาหารก็ออกเดินทางต่อโดยผ่านเข้าช่องแคบเดอ ลา ซองด์ หรือซุนดา (Destroit de la Sonde, ๑๓ มกราคม) สู่มหาสมุทรอินเดีย (Ocean Oriental)
ราวหนึ่งเดือนหลังแล่นเข้าสู่ทะเลลึกในมหาสมุทรอินเดีย เรือเดินทางก็ประสบกับพายุใหญ่ สังเกตข้อความ ๓ บรรทัดในแผนที่ใกล้เกาะมอริเชียส (I. de Cerne, ou Maurice) ระบุว่าเกิดพายุลูกใหญ่กินเวลาสามวัน (un Violent orage durant ๓ Jours) สอดคล้องกับบันทึกรายวันของบาทหลวงเดอ ชัวซี ว่าเกิดพายุหมุนระหว่างวันที่ ๑๕-๑๗ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๖๘๖ และในนิราศต้นทางฝรั่งเศสที่บันทึกว่า เมื่อเดินทางมาได้ ๔๐ วัน เรือต้องพบกับมรสุมใหญ่ในมหาสมุทร แต่ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี
เมื่อมรสุมผ่านพ้น เรือแล่นต่อไปจนถึงเมืองท่าที่แหลมกู๊ดโฮป (Cap de bonne Esperance, ๑๓ มีนาคม) และแวะพักเป็นครั้งที่สอง ภายหลังออกเรือจากแหลมกู๊ดโฮป (๒๖ มีนาคม) เรือแล่นผ่านเกาะเซนต์เฮลิน่า (I. S. Heleine, ๑๑ เมษายน) เกาะอีล เดอ ลัซซองซิยง (I. Ascension, ๑๙ เมษายน) เส้นศูนย์สูตร (Equateur, ou Ligne Equinoctiale, ๒๘ เมษายน) หมู่เกาะแหลมแวร์ด (Isles, et Mer du Cap Verd, ๘ พฤษภาคม) หมู่เกาะคานารีส์ (Canaries, ๒๗ พฤษภาคม) และเกาะเดอ ฟลอร์ (I. de Flores, ๑ มิถุนายน) ก่อนถึงจุดหมายปลายทางเมืองท่าแบรสต์ (Brest) โดยสวัสดิภาพ เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ ๑๘ มิถุนายน ค.ศ. ๑๖๘๖
ในช่วงระยะเวลาเดินทาง ปรากฏเป็นเรื่องราวปาฏิหาริย์ในบันทึกพระราชพงศาวดาร(ฉบับบริติชมิวเซียม) "...ออกจากพระนครไปในท้องทะเลประมาณสี่เดือน ก็บรรลุถึงวนใหญ่ใกล้ปากน้ำเมืองฝรั่งเศส บังเกิดเหตุลมพายุใหญ่พัดพากำปั่นไปในกลางวนเวียนอยู่ถึงสามวัน บรรดาคนในกำปั่นร้องไห้อื้ออึงไป ..." จนเป็นหน้าที่ของอาจารย์ใหญ่ "จอมขมังเวทย์" ที่โดยสารไปด้วย "เข้านั่งสมาธิเจริญพระกรรมฐานทางวาโยกระสินธุ์ ณ ครู่หนึ่ง จึงบันดาลเกิดมหาวาตะพายุใหญ่ หวนหอบเอากำปั่นนั้นขึ้นพ้นจากวนได้"
จากการตรวจสอบบันทึกร่วมสมัยทั้งของฝ่ายสยามและฝรั่งเศส ขอตั้งข้อสังเกตว่า
๑. ทั้งบันทึกเดอ โชมงต์, เดอ ชัวซี, ตาชารด์, วาเชต์ และนิราศต้นทางฝรั่งเศส ไม่ปรากฏเหตุการณ์ระทึกขวัญหรือปาฏิหาริย์สี่เดือน (ปลายเดือนเมษายน ค.ศ. ๑๖๘๖) ภายหลังเรือแล่นออกจากสยาม
๒. บันทึกรายวันเดอ ชัวซี (๕ พฤษภาคม ค.ศ. ๑๖๘๖) ระบุว่า "เราไม่เคยได้ยินว่ามีการเดินทางครั้งใดที่มีโชคดีเหมือนครั้งนี้เลย"
๓. ปรากฏการณ์พายุหมุนเกิดขึ้นช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ (ต้นทางฝรั่งเศส) หรือกลางเดือนกุมภาพันธ์ (บันทึกเดอ ชัวซี) ในมหาสมุทรอินเดียใกล้เกาะมอริเชียส (แผนที่โคโรเนลลี) ไม่ได้เกิดขึ้นใกล้ "ปากน้ำเมืองฝรั่งเศส" สี่เดือนหลังเรือแล่นออกจากพระนคร (ปลายเดือนเมษายน) ตามที่บันทึกในพระราชพงศาวดาร
๔. ช่วงปลายเดือนเมษายน ค.ศ. ๑๖๘๖ (ตรงกับบันทึกพงศาวดาร) เรือของคณะทูตสยามไปโปรตุเกสอับปางนอกแหลมแดส์ แอกีญส์ (Cap das Agulhas ou Aiguilles) แหลมที่อยู่ทางปลายสุดของทวีปแอฟริกา ห่างจากแหลมกู๊ดโฮปราว ๑๐๐ ไมล์
ขอสรุปว่า แม้พงศาวดารหลักฐานสยามที่เขียนภายหลังระบุเรื่องราวปาฏิหาริย์ แต่หลักฐานร่วมสมัยทั้งของสยามและฝรั่งเศสไม่ได้ระบุเรื่องดังกล่าว และช่างบังเอิญที่ช่วงเวลา "พายุใหญ่" ในพงศาวดารตรงกับช่วงเวลาที่เรือของคณะทูตสยามอีกชุดอัปปางใกล้แหลมกู๊ดโฮป เป็นไปได้ไหมว่าผู้บันทึกพระราชพงศาวดารสับสนระหว่างสองเหตุการณ์ หรือจงใจ "ยำ" ทั้งสองเหตุการณ์เข้าด้วยกัน ขยายความให้พิสดาร สร้างสีสันให้ประวัติศาสตร์ ไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร แผนที่โกษาปานไปฝรั่งเศสโดยโคโรเนลลี ได้บันทึกข้อมูลการเดินทางไว้โดยละเอียด ถือเป็นหลักฐานร่วมสมัย มีประโยชน์อย่างมากในการตรวจสอบรายละเอียดกับพงศาวดารของไทยและบันทึกของชาวต่างชาติ
ขอบคุณข้อมูลจาก : Thavatchai Tangsirivanich
เอกสารอ้างอิง
กรมศิลปากร, ประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เล่ม ๒ (กรมศิลปากร, ๒๕๔๒)
ภูธร ภูมะธน, โกษาปาน ราชทูตผู้กู้แผ่นดิน (พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้, ๒๕๕๐)
สันต์ ท. โกมลบุตร, จดหมายเหตุรายวันการเดินทางไปสู่ประเทศสยาม โดยบาทหลวงเดอ ชัวซี (ศรีปัญญา, ๒๕๕๐)
ปรีดี พิศภูมิวิถี, ย้อนรอยโกษาปานใน "ต้นทางฝรั่งเศส" (กรมศิลปากร, ๒๕๔๔)
Dirk van der Cruysse, Siam & the West (Silkworm Books, 2002)
Michael Smithies, Aspects of the Embassy to Siam 1685 (Silkworm Books, 1997)
Michael Smithies, A Siamese Embassy Lost in Africa 1686 (Silkworm Books, 1999)
ภาพประกอบ
ภาพวาดครึ่งตัวโกษาปาน โดย ชาลส์ เลอ เบริง (Charles le Brun) เครดิตภาพ : พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ กรุงปารีส
แผนที่แสดงเส้นทางเดินเรือจากเมืองแบรสต์สู่สยามและจากสยามสู่เมืองแบรสต์ โดย วินเซนโซ โคโรเนลลี (Vincenzo Coronelli) พิมพ์ที่กรุงปารีส ปี ค.ศ. ๑๖๘๗ เครดิตภาพ : หอสมุดแห่งชาติฝรั่งเศส กรุงปารีส
ส่วนหนึ่งของภาพพิมพ์ลายเส้น "กรุงศรีอยุธยาท่ามกลางพายุ" โดย เปียเตอร์ ฟาน เดอ อา (Pieter van der Aa) พิมพ์ที่เมืองไลเด็น ปี ค.ศ. ๑๗๐๗ เครดิตภาพ : ธวัชชัย ตั้งศิริวานิช
