- 20 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้ว่า ตำแหน่ง “เพชฌฆาต” คนฆ่าคนผู้ตัดสินชีวิตนักโทษในอดีต เป็นอีกหนึ่งหน้าที่ที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่โปรดเกล้าพระราชทานให้แก่ผู้มีดวงอันเหมาะสมโดยจะมีบรรดาโหราจารย์นำดวงชะตาไปคำนวณอย่างละเอียดเพื่อคัดเลือก เพราะถือว่า การประหารชีวิตคนอันเป็นสัตว์ประเสริฐนับเป็นกรรมหนักรุนแรง จึงต้องเฟ้นหาดวงเพชฌฆาตที่มีดวงคุ้มตัวเองได้ มิฉะนั้นชีวิตจะสั้น!
ตำนานเพชฌฆาต
วิธีคัดเลือกเพชฌฆาต
พอเลือกเฟ้นได้คนที่มีดวงเหมาะสมแล้ว ผู้นั้นต้องเชี่ยวชาญเพลงดาบอย่างดี มีความรู้เรื่องดาบ มีความแม่นยำในการลงดาบ เพื่อจะได้ไม่เป็นการทรมานนักโทษจนเกินไป และผู้เป็นเพชฌฆาตจะต้องมีความรู้ทางด้านคาถาอาคมเป็นพิเศษด้วย เช่น คาถาสวดวิญญาณผีตายโหง อาคมก่อนหยิบดาบเพชฌฆาต รวมทั้งสามารถแก้อาถรรพ์หากผู้ถูกประหารมีวิชาด้านคงกระพันชาตรี
ตำนานเพชฌฆาต
เพชฌฆาตหรือมือประหาร จะต้องอยู่ประจำ ณ เรือนจำตั้งแต่ได้รับคำสั่งให้เตรียมการ จากนั้นเมื่อได้เวลาเพชฌฆาตจะอัญเชิญดาบออกจากที่ตั้งไปทำการบวงสรวงด้วยเครื่องเส้น เสร็จพิธีแล้วจึงค่อยเก็บดาบไว้ที่ตั้งเดิมแล้วรอเวลาประหาร
ตำนานเพชฌฆาต
อาวุธของเพชฌฆาต
ในสมัยก่อนอาวุธคู่กายของเพชฌฆาตคือ “ดาบ” ซึ่งดาบน้ำดีคือ เหล็กน้ำพี้ ซึ่งในการสร้างดาบเพชฌฆาตจะต้องถือ “ฤกษ์เพชฌฆาต” เป็นหลัก ส่วนการตีดาบให้คมและได้รูปทรงต้องใช้ “ยามยมขันธ์” เป็นหลัก โดยลักษณะของเพชฌฆาตจะแบ่งเป็น ดาบหนึ่งและดาบสอง
ตำนานเพชฌฆาต
ลักษณะดาบเพชฌฆาตแบ่งเป็น ดาบหนึ่ง และดาบสอง
ดาบหนึ่ง จะมีความสั้นกว่าดาบสอง ใบดาบจะกว้างกว่า ด้ามดาบก็สั้นกว่า สันดาบจะหนาประมาณ ๑ ซ.ม. ส่วนด้ามดาบประกอบด้วยเหล็กรัด ใช้เชือกด้ายดิบถักหุ้มเพื่อให้สาก กระชับ ลงรักและยางไม้เพื่อรักษาด้วยให้คงทนต่อการใช้งาน สภาพดาบปลายจะหักลง แล้วงอนขึ้นคล้ายใบง้าวของจีนเพื่อให้เกิดน้ำหนักถ่วงทางโคนดาบให้สมดุล
ดาบสอง ลักษณะของใบดาบจะยาวกว่าดาบหนึ่งประมาณ ๘ ซ.ม. ใบดาบเรียวคล้ายดาบที่นักรบไทยโบราณทั่วไปใช้ ปลายดาบเฉียงต่ำรับกับความโค้งของใบดาบด้านล่าง สันดาบบางประมาณ ๐.๗ ซ.ม.
ในปัจจุบัน ดาบเพชฌฆาตคู่นี้ยังอยู่ในห้องพิเศษของคุกหลวง ห้ามผู้ใดแตะต้อง ทุกวันเสาร์จะมีการสังเวยด้วยเหล้าและไก่ต้มเป็นการบวงสรวง จนมีการเล่าขานกันว่า ดาบ ๒เล่มดังกล่าวจะสั่นได้เองเหมือนถูกคนจับเขย่า และหลังจากดาบทั้งคู่สั่นไม่เกิน๗ วันก็จะต้องมีพิธีประหารชีวิตนักโทษเกิดขึ้น จนกระทั่งรัชกาลที่ ๖ จึงได้ยกเลิกการใช้ดาบ แต่ชีวิตนักโทษที่สังเวยไปด้วยดาบ ๒ เล่มนี้ก็มีจำนวนไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ศพ
ขั้นตอนการฆ่านักโทษ
ขั้นตอนที่ ๑ เมื่อได้ฤกษ์ประหาร เพชฌฆาตดาบหนึ่ง และดาบสองจะถูกอัญเชิญลงจากที่ตั้ง ตัวเพชฌฆาตจะแต่งกายด้วยผ้าเตี่ยวสีแดงสด นุ่งหยักรั้ง สวมเสื้อกั๊กสีแดงลงยันต์มหาอำนาจ มหาเดช บางรายคาดหัวด้วยผ้าสีแดงลงยันต์ด้วย
ตำนานเพชฌฆาต
ขั้นตอนที่ ๒เมื่อออกจากเรือนจำไปกับขบวนนักโทษ เพชฌฆาตจะอยู่รั้งท้ายขบวน เมื่อถึงลานประหารที่กำหนดไว้ นักโทษจะถูกผูกตา ช่วงนี้เองที่เพชฌฆาตทั้งดาบหนึ่ง ดาบสองจะเข้าไปขออโหสิกรรม
โดยบนลานประหารด้านหลังนักโทษ จะสร้างประตูป่า ทำด้วยไม้หลัก ๓ อัน ผูกติดกันเป็นประตูปักไว้กับดินจนแน่น จากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำเอาใบไม้ กิ่งไม้ มาสุมคลุมไว้จนมองไม่เห็นทางเข้า ยกเว้น มือเพชฌฆาตเท่านั้น ที่รู้ ส่วนด้านใน จะมีอาสนะ ยกพื้นสูง สำหรับพระสงฆ์ นั่งประจำ กับบาตร บรรจุน้ำมนต์ สองบาตร น้ำมนต์นี้เรียกว่า “น้ำมนต์ ธรณีสารใหญ่” เพื่อล้างเสนียดอัปรีย์ทั้งปวง ทั้งยังไล่เคราะห์ให้กับเพชฌฆาตด้วย
ตำนานเพชฌฆาต
ขั้นตอนที่ ๓เพชฌฆาตดาบหนึ่ง และ ดาบสองจะเข้าไปอยู่หลังประตูป่า แล้วสวดคาถาอาคม ถ้านักโทษมีอาคมอยู่ในตัวเพชฌฆาตจะท่องมนต์สะกดอาคม พร้อมสะกดดวงวิญญาณผีตายโหง ส่วนที่ลานประหาร จะมีการพันธนาการนักโทษเข้าสู่หลักประหาร แล้วพระธำมรงค์จะเดินไปแจ้งผู้แทนพระองค์ ว่าจะเริ่มพิธีประหารแล้ว
ขั้นตอนที่ ๔ปี่หลวงจะเล่นเพลงไหว้ครูเสียงโหยหวน เพชฌฆาตดาบสอง ออกไปร่ายรำตามจังหวะเพลงโดยรอบตัวนักโทษด้วยการ “วนซ้าย” ให้เกิดอัปมงคลแก่ตัวนักโทษ แล้วจังหวะดนตรีจะเร่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ
ขั้นตอนที่ ๕ เพชฌฆาตดาบหนึ่งแหวกประตูป่าดู หลังจากทำจิตให้มั่นคงแล้ว ก็จะย่างสามขุมเข้าไปหานักโทษประหารทีละก้าวอย่างแผ่วเบา ในขณะที่นักโทษประหารมัวแต่ระแวงเพชฌฆาตดาบสองที่ร่ายรำอยู่รอบตัว โดยไม่ได้ระแวงภัยทางด้านหลัง
ตำนานเพชฌฆาต
ขั้นตอนที่ ๖ พอได้ระยะ เพชฌฆาตดาบหนึ่ง จะเงื้อดาบขึ้นสุดแล้วฟันทันที คมดาบจะตัดผ่านกระดูกข้อต่อคอ และกล้ามเนื้อออกไปทางด้านหน้า ในรายที่แม่นๆ คมดาบจะตัดข้อต่อระหว่างกระดูกก้านคอ กับกระดูกสันหลัง หัวของนักโทษจะหลุดออกจากบ่าทันที แต่ถ้าดาบหนึ่งฟันพลาด จะเหลือเอ็นกับเนื้อ ทำให้หัวของนักโทษพับลงมาห้อย สร้างความหวาดเสียวให้ผู้ที่มาชมการประหาร
ขั้นตอนที่ ๗ เลือกจะพุ่งกระฉูดเหมือนน้ำพุ ศีรษะของนักโทษบางรายยังยักคิ้ว หรือทำตาเหลือก เพราะเส้นเอ็นกระตุก สร้างความสยดสยองให้คนดูไม่น้อยเลย
ตำนานเพชฌฆาต
ขั้นตอนที่๘ แต่ถ้าดาบหนึ่งตัดไม่ขาด เพชฌฆาตดาบสอง จะเอามือจิกหัวนักโทษขึ้น แล้วใช้ดาบสองเชือดจนเส้นเอ็น กับกล้ามเนื้อขาด จากนั้นจึงค่อยนำไปวางยังปลายเท้านักโทษ
ขั้นตอนที่ ๙สำหรับเพชฌฆาตดาบหนึ่ง เมื่อลงดาบแล้วจะกระทืบเท้าครั้งหนึ่ง แล้วยกใบดาบขึ้น เลียเลือดที่ติดปลายดาบกิน เป็นการข่มวิญญาณผีตายโหง จึงค่อยหันหลังกลับวิ่งตรงเข้าประตูป่าทันที ทั้งนี้มีข้อห้าม มิให้เพชฌฆาตหันหลังกลับไปมอง และต้องระวังมิให้หกล้มลงกับพื้นเด็ดขาด ด้วยเชื่อกันว่า ในช่วงนั้นวิญญาณผีตายโหงจะเข้าสิงทันที
ขั้นตอนที่ ๑๐ เมื่อเพชฌฆาตดาบหนึ่งผ่านเข้าประตูป่า พระสงฆ์จะรดน้ำมนต์ธรณีสารใหญ่ทั้งสองบาตร ต่อมาเพชฌฆาตจึงค่อยกลับไปอยู่ในเรือนจำเป็นอันจบพิธี
ตำนานเพชฌฆาต
ในสมัยก่อน นักโทษบางคนจะมีอาคมแก่กล้า คงกระพัน ผู้เตรียมการจะนำสิ่งที่เป็นอัปมงคลผสมน้ำราดหัวให้ความคงกระพันเสื่อม แต่ถ้ายังไม่สำเร็จ ก็จะใช้วิธีสวนทวารด้วยไม้รวกปลายแหลมก่อนประหาร แต่ถ้ายังไม่ตายอีก นักโทษจะถูกทุบด้วยตะลุมพุก หรือเอาไปต้มในน้ำเดือดให้ตาย
ทั้งนี้ การประหารนักโทษโดยใช้ดาบ ยุติลงในสมัยรัชกาลที่ ๖ ในปัจจุบัน การประหารชีวิตนักโทษตามคำพิพากษาของศาลนั้น จะเกิดที่เรือนจำบางขวาง จังหวัดนนทบุรี
ขอขอบพระคุณท่านเจ้าของภาพ และเจ้าของบทความ ที่มาเนื้อหาข้อความมา ณ ที่นี้
AppGeji
